สมัครตัวละครนักเรียน รรลบ. ขั้นที่2 - สอบสัมภาษณ์
posted on 15 May 2012 01:37 by nadare(เอ็นทรี่นี้อุดมไปด้วยตัวหนังสือมากมาย โปรดจงใช้ความช้าชะลอการอ่านเพื่อสุขภาพตาของท่าน)
ผู้สัมภาษณ์
- นรรัตน์ พิชัยยุทธ (เนียร์)
ผู้ถูกสัมภาษณ์
- สิงหา ก้องเกียรติภูมิ (พี่ออกัส) รุ่น4
- มณฑกาญจน์ โชติกมลธรรม (พี่โมรา) รุ่น4
- ปพนสรรค์ นารยวงศ์ (พี่พุด) ช่างภาพ
- ครูเอมิกา เจนภพ อาเมะมิยะ (ครูเอม) สอนวิชา ภาษาสเปน
- มณฑกาญจน์ โชติกมลธรรม (พี่โมรา) รุ่น4
- ปพนสรรค์ นารยวงศ์ (พี่พุด) ช่างภาพ
- ครูเอมิกา เจนภพ อาเมะมิยะ (ครูเอม) สอนวิชา ภาษาสเปน
--------------------------------------------------
"พี่เนียร์ๆ นอนยังเนี่ย"
เสียงเรียกของเด็กชายรูปร่างเล็กคนหนึ่งดังขึ้นหน้าประตูห้องนอนไม้สีน้ำตาลแดงด้าน เขาพยายามรักษาความดังเอาไว้ไม่ให้มากเกินจนเผลอไปปลุกคนที่คิดว่าน่าจะนอนแล้วจริงๆ
.......... ขณะนั้นเป็นเวลาจวนเจียนจะเที่ยงคืนของวันที่ 15 มีนาคม 2555
"มีไรไนน์? พี่โหลดเมะอยู่"
"........................"
เด็กสาวผมยาวประบ่าที่ตอนนี้รวมผมหางม้าต่ำเอาไว้ ด้วยความที่ผมยังยาวไม่พอเลยเป็นแค่หางเป็ดแถมมีร่องรอยการนอนเกลือกกลิ้งมาอีกต่างหาก เห็นได้จากสภาพที่ใกล้จะหลุดอยู่แล้ว เธอแง้มประตูและชะโงกหน้าออกมาคุยด้วยเท่านั้น ดวงตากลมสีโกโก้ฉายแววงุนงงกับสีหน้าน้องชายที่ยืนเงียบและเหมือนจะส่งรังสีตำหนิบางอย่างออกมากลายๆ
"เฮ้ยยย พี่ไม่ลืมหรอกน่า สัมภาษณ์พรุ่งนี้ใช่ปะ เนี่ยๆ เดี๋ยวโหลดเมะตอนนี้เสร็จก็นอนแล้ว"
"อือๆ เคๆ ถ้าตื่นไม่ทันนะจะขำให้"
หนุ่มน้อยผมสั้นผู้ถูกเรียกว่าไนน์ยักไหล่ยิ้มให้พี่สาวตนทีหนึ่งก่อนเดินกลับไปที่ห้องตัวเองซึ่งอยู่ตรงข้ามและเยื้องออกไปนิดหน่อย เมื่อสิ้นสุดบทสนทนาเธอจึงปิดประตูห้องก่อนจะไปเช็คที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกทีเพื่อตรวจดูว่าอนิเมที่กำลังโหลดอยู่นั้นเสร็จหรือยัง
และแล้วก็นึกขึ้นมาได้อีกเรื่องหนึ่ง
"ชิบ ลืมรีดชุด!"
วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2555 เวลา 9.00 น.
...........พอดีเป๊ะๆเลย ..................
ร่างบางในชุดนักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนคริสต์แห่งหนึ่งในย่านการค้ากำลังยืนโด่เด่อย่างโดดเดี่ยวอยู่หน้าประตูโรงเรียนลูกบาศก์ สองมือขยับโบว์สีขาวที่ผูกกับหางม้าสั้นๆเชิงตรวจความเรียบร้อย ก่อนจะเอื้อมมาดึงๆโบว์ปกเสื้อว่าผูกไว้ดีหรือยัง แม้ว่าความจริงเธอจะมั่นใจว่าเครื่องแต่งกายตอนมาโรงเรียนตามปกตินั้นเรียบร้อยพออยู่แล้วก็ตาม
....ก็นี่มันมาสัมภาษณ์นี่ .. สัมภาษณ์เชียวนะ!
หลายปีตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมต้นเธอก็ยังคงเรียนอยู่ที่เดิม การมาสอบเข้าที่โรงเรียนอื่นนั้นนับว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเธอพอสมควร ..แต่ก็สมัครผ่านไปแล้วนี่นา อย่างน้อยก็ดูใกล้บ้านมากกว่าเดิม แถมไม่ต้องเข้าเมืองให้วุ่นวาย และอีกอย่าง เธอก็สามารถเดินทางมาเองคนเดียวได้อีกด้วย แม้กระทั้งครั้งแรกที่มาเลยก็ตาม
"เอาล่ะ อ . . . อ.. อิคิมาสสสส!"
สาวน้อยกำหมัดเรียกกำลังใจตัวเองคล้ายกับท่าทางในการ์ตูน ก่อนจะก้าวเท้าเดินฉับๆเข้าประตูโรงเรียนลูกบาศก์เข้าไปอย่างมุ่งมั่น พร้อมกับลองกวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆไปด้วย ... ซึ่ง รู้สึกเหมือนจะค่อนข้าง ..เงียบ
นี่ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม..
โรงเรียนใหญ่ขนาดนี้ ได้ยินว่านักเรียนไม่มาก... เงียบคงไม่น่าแปลก
ระหว่างที่เดินไปตามทางเท้าที่มาจากทางประตูเล็กนั้น ใจก็นึกไปถึงห้องสอบสัมภาษณ์ ว่าเวลาขนาดนี้แล้วอาจจะเริ่มเรียกชื่อไปแล้วก็เป็นได้ แย่ล่ะ... ตัวเองก็ยังไม่รู้ตึกเลย แล้วจะไปยังไงกันละนี่
ต้องขอความช่วยเหลือ รุ่นพี่ซักคน ใครก็ได้ ผ่านมาทางนี้เร็วเข้า!
..................... แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของมนุษย์คนไหนผ่านมาเลย
"ไม่นะ นี่มันสิบห้านาทีแล้วเรอะะะะ ชิมัตตะ"
นาฬิกาผู้น่าสงสารซึ่งถูกเนียร์มองมันด้วยสายตาเหมือนเห็นอะไรสักอย่างที่น่าขยะแขยงพันอยู่ตรงข้อมือชี้บอกเวลา 9.15 น.แล้ว และมันกำลังจะเคลื่อนไปเลข 16 ด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้รู้สึกอยากจะกระโดดไปทีเดียวให้ถึงห้องรับสัมภาษณ์เสียให้รู้แล้วรู้รอด ... แต่แม้กระทั่งห้องรับรองที่ว่ายังไม่รู้เลย นี่นับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ให้ที่บ้านรู้ไม่ได้เป็นอันขาด
9.16 น.
เธอหยุดยืนอยู่หน้าอาคารที่ใกล้กับส่วนทางเข้าแล้วหันหน้าออกไปทางสนามฟุตบอลอีกครั้ง เผื่อว่าตอนแรกดูไม่ทั่วจนมองไม่เห็นใคร .... และจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นใครเหมือนเดิม เด็กสาวถอนใจเบาๆและตัดสินใจว่าลองเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ในตึกนี้ท่าจะเป็นการดีที่สุด
"อ้าวนั่น จะไปไหนน่ะ"
"เฮ้.......ย.."
จังหวะเดียวกับที่เนียร์หมุนตัวกลับไปจะเดินเข้าไปในตึก ก็มีเสียงเรียกเธอขึ้นมาจากข้างๆนี่เอง ด้วยความที่มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเลยทำเอาเธอก้าวถอยหนีไปนิดหน่อยอย่างอัตโนมัติ .. ยังดีว่าไม่ใช่คนขี้ตกใจ ไม่อย่างนั้นก็คงจะโวยวายออกไปเสียงดังมากกว่านี้แล้วแน่ๆ
แต่อย่างไรเธอก็ยังรู้สึกอายนิดๆอยู่ดี ยิ่งเมื่อคนตรงหน้ากำลังเหมือนจะกลั้นขำเอาไว้จนเห็นลักยิ้มที่แก้มอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องรีบเก็บความอายนั้นกลับลงไปเสียก่อนจะลืมภารกิจอันสำคัญไป
"พี่..เรียนอยู่ที่นี่ใช่มั้ยคะ พอจะรู้รึเปล่าว่าห้องสอบสัมภาษณ์อยู่ที่ไหน"
คนที่เธอถามและอนุมานเอาว่าเป็นรุ่นพี่นั้น ..เป็นชายหนุ่มตัวสูงพอสมควร ตาคมผิวขาว ซึ่งคิดว่าคงเป็นพวกเชื้อสายจีนแน่ๆ ...และรอยยิ้มที่ดูขี้เล่นนั่นอีก
เนียร์พยายามยื่นหน้ามองเชิงขอคำตอบอีกรอบว่าห้องสอบสัมภาษณ์อยู่ที่ไหน จะได้รีบๆไปเสียที แต่รุ่นพี่คนนั้นเหมือนจะไม่ได้ตอบแถมยิ้มเหมือนมีความนัยอะไรสักอย่างกลับมาอีก .. สงสัยท่าจะไม่ได้ความแล้ว
"..........งั้นไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ"
เด็กสาวค้อมหัวให้นิดหนึ่งแล้วก้าวเดินขึ้นตึกต่อไป
"จะไปไหนครับน้อง ห้องสอบน่ะอยู่นี่"
ฝีเท้าที่หยุดชะงักกะทันหันจนเกือบจะเดินสะดุดบันไดนั้นทำให้เธอต้องหันขวับกลับไปมองอีกรอบอย่างฉงน คิ้วขมวดมุ่นบ่งบอกถึงอาการงงสลับกับหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ...นิดดดด....นึง
"เมื่อกี้พี่ว่าอะไรนะคะ หมายถึง ตึกนี้?"
"ไม่ๆ ตรงนี้ตะหาก"
รุ่นพี่ผู้ชายคนนั้นชี้ๆตรงตำแหน่งตรงหน้าตัวเขายิ่งทำให้งงหนักเข้าไปอีก ... คนคนนี้เขาต้องการอะไรกันแน่เนี่ย
"หรือไม่ชอบตรงนี้ จะไปตรงนู้น ตรงนั้น หรือตรงโน้นนนนนน ก็ได้ครับ"
"..............................................."
มีเพียงเสียงลมพัดเป็นฉากหลังของสองคนนี้เท่านั้น ในขณะที่คนนึงทำหน้าวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม อีกคนยิ้มเผล่ไม่รู้สึกรู้สา
"อ้าว ทำหน้าแบบนั้นกินข้าวมายังน่ะ เออใช่ สัมภาษณ์โรงอาหารก็ยังได้ ไปมั้ย เนี่ยเดี๋ยวพี่พาไปถึงที่เลยครับ" เขาพูดไปยิ้มไปราวกับกำลังสนุกสนานกับท่าทีของว่าที่รุ่นน้องตัวเอง
"คือ..หนู........หนูจะ มา-สัม-ภาษณ์-ค่ะ"
เนียร์เดินกลับไปหาเขาพร้อมเน้นเสียงอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม แต่เป็นยิ้มที่ซ่อนอารมณ์ประมาณ ...หนูจะกินหัวพี่อยู่แล้ว ฮะฮะฮะ
"อ้าว ก็สัมภาษณ์เลยครับ เนี่ย รุ่นพี่ตัวเป็นๆอยู่นี่แล้วไง มาๆ"
รอยยิ้มกว้างที่โต้ตอบกลับมานั้นทำเอาไปไม่เป็นเข้าไปใหญ่ แต่ก็พยายามตั้งสติเอาไว้ สูดหายใจลึกๆก่อนถามไปดีๆอีกครั้งให้แน่ใจ
"พี่พูดเหมือนให้หนูมาสัมภาษณ์กับพี่เลยนะคะ?"
"ปิ๊งป่อง บิงโกโอเคแบบนั้นเลย"
"............................................."
เงียบไปอีกอึดใจหนึ่งพลางคิดว่าที่นี่มันอะไรกัน มันใช่การสอบเสียที่ไหน ไม่สิ ..หรือมันเป็นวิธีการสอบจริงๆกันนะ ..... ในเมื่ออีกฝ่ายทำแบบนั้นก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่
แต่ก็คิดว่ายังไงถ้าเป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนนี้จริงๆ ก็คงไม่มาถ่วงเวลาเด็กที่มาสอบหรอก... อาจจะเป็นเรื่องจริง ก็ได้... มั้ง
"................หนูต้องทำยังไงบ้างคะ"
น้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่แน่ใจกับความระแวงหน่อยๆของเนียร์ช่างขัดกับบรรยากาศรอบตัวรุ่นพี่คนนั้นเสียจริงๆ เมื่อเขาดูผ่อนคลายมากกว่าเยอะ แถมไม่สะทกสะท้านกับท่าทีของเธอเลย
"เอ้า น้องอยากรู้อะไรเกี่ยวกับใคร คงไม่ยืนเฉยๆให้คนนั้นจู่ๆก็พูดหรอกใช่เปล่า" รุ่นพี่ตรงหน้าเธอพูดกลั้วหัวเราะเพื่อให้คำพูดเมื่อกี้นี้ไม่ได้มีความหมายว่าจงใจตำหนิ แค่อยากจะแซวเล่นเท่านั้น
"........................................... พี่ชื่ออะไรคะ"
"สิงหา ก้องเกียรติภูมิ" เขาพยักหน้าตอบยิ้มๆ "เอาชื่อเล่นด้วยมั้ยครับ"
"..เอามาให้หมดเลยค่ะ" แต่สีหน้าคนถามนั้นกลับรู้สึกเพลียเป็นอย่างยิ่ง
"ชื่อเล่นออกัสครับ เกิดวันที่ 8 สิงหาคม ปีนี้17 ขึ้นม.5 เรียนสายศิลป์-คำนวณ ชอบหมาแมว ชอบวาดรูปอ่านการ์ตูน ฯลฯ @:{£$%"!"
"เอ๊ยๆๆ พี่ออกัสช้าๆใจเย็นๆค่ะไม่ทันแล้ว!"
เนียร์ยกสองมือห้ามอย่างไวก่อนที่ข้อมูลจะไหลทะลักไปมากกว่านี้ ... ที่บอกว่าเอามาให้หมดน่ะหมายถึงชื่อ ไม่ใช่โปรไฟล์ทั้งหมดทีเดียวแบบนี้เซ่!
ส่วนอีกฝ่ายนั่นปิดปากขำไปเรียบร้อยแล้ว .... ฮึ่มมมมมมมม
"ครับๆ โทษทีๆ มีกระดาษหรือสมุดอะไรจดรึเปล่า เดี๋ยวต้องสัมภาษณ์คนอื่นอีกจะจำที่ตอบไปไม่ได้เอา"
"เฮะ? หมายถึงต้องไปถามแบบนี้กับคนอื่นด้วยเหรอคะ?"
"อื้อ ใช่แล้วล่ะ ไหนๆ มีกระดาษอะไรมั้ย พี่พอมีบิลเซเว่นอยู่ในกระเป๋าตัง แป๊บนึงนะ" ว่าแล้วก็ทำท่าจะล้วงกระเป๋าตังในกระเป๋ากางเกงออกมาจริงๆเสียด้วยแน่ะ
"เอ่อออมมม ไม่เป็นไรค่ะ หนูมีสมุด" .......คุณพระช่วย พี่ไม่ต้องใจดีขนาดนั้นก็ได้ OTL
เธอค้นกระเป๋าสะพายข้างหยิบสมุดสเก็ตช์ออกมา มันเป็นสมุดแบบที่ใช้วาดรูป ปกแข็งมีกระดาษไขกั้นระหว่างหน้า มือเปิดพลิกๆไปหน้าหลังๆที่ไม่มีรูปวาด ซึ่งก็เกือบจะหมดเล่มอยู่แล้ว ก่อนจะดึงดินสอที่เสียบอยู่ในช่องกระเป๋าด้านในออกมาเขียนสิ่งที่พี่ออกัสพูดมาเท่าที่จำได้ไปก่อน
"เมื่อกี้พี่บอกว่าเรียนสายอะไรนะคะ"
"ศิลป์-คำนวณครับ ว่าแต่น้องก็ชอบวาดรูปเหรอ" พูดจบก็เอียงคอมองสมุดสเก็ตช์นั่นหน่อยนึง
เธอมองเขาแล้วพยักหน้าตอบ "...แต่วาดได้แค่การ์ตูนนะคะ"
"วันหลังวาดพี่มั่งสิ เอาหล่อๆแบบตัวจริงเลยนะ" พี่ออกัสส่งยิ้มใสปิ๊งมาอีกที จนเนียร์รู้สึกว่าตัวเองยิ้มตอบกลับไปแบบเฝื่อนฝืดชอบกล
"ถ้าหล่อๆนี่มันหมายความว่าเกินจริงไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ"
"................................"
...............................ชิ้งงงงงงงงงงงงง....................
จู่ๆความเงียบก็ก่อตัวขึ้นมาอีกที จนเด็กสาวเริ่มคิดว่าตนพูดกลับไปแรงรึเปล่านะ....แต่พี่เขาก็แกล้งเราเหมือนกันนี่นา.........แค่นี้คงไม่เป็นไรมั้งงงงงง....
"อื้อหือ...เจ็บปวดดดดด นะครับน้อง.... น้องอะไรเนี่ย"
"เนียร์ค่ะ นรรัตน์ พิชัยยุทธ" คราวนี้เธอแย้มยิ้มตอบกลับไปบ้าง จริงๆเธอก็ไม่ได้ติดใจเรื่องที่เขาแกล้งอะไรหรอก ยิ่งพอรู้ว่าการสัมภาษณ์จริงๆนั้นไม่ใช่แบบที่โรงเรียนอื่นเขาทำกันก็ไม่คิดรำคาญอะไร รู้สึกดีเสียอีกที่อย่างน้อยก็พบเจอรุ่นพี่ที่คุยด้วยง่ายๆแม้ว่าจะดูชอบ..แหย่ไปหน่อย
"โอเคครับ น้องเนียร์ "
"เรียกชื่อหนูเฉยๆเถอะค่ะ มีน้องแล้วมัน...รู้สึก......... แปลกๆ"
"หือ ตะกี้พูดว่าอะไรนะครับน้องเนียร์"
"ไม่เอาคำว่าน้องได้มั้ยคะ"
"ครับ น้องเนียร์?"
".................................. พี่-ออ-กัส"
"ฮ่าๆๆๆ ไม่เอาก็ไม่เอาครับ เมื่อกี้พี่ล้อเล่นน่า" ....ท่าทางจะสนุกเขาล่ะ ...เฮ้ออ
"ค่ะ.. ขอบคุณนะคะ" เธออยากจะปาดเหงื่ออีกสักรอบ ถ้าเป็นในการ์ตูนก็คงมีเอฟเฟคเหงื่อเม็ดใหญ่ๆหยดแหม่ะกลางหน้าไปแล้ว ....... นัยน์ตาสีเข้มตวัดมองสิ่งที่จดเอาไว้อีกครั้งหนึ่ง ..และรู้สึกว่ามันน้อยๆชอบกล แต่ก็ไม่แน่ใจว่าพอแล้วหรือยัง
"เนียร์มีอะไรอยากถามพี่อีกรึเปล่าครับ แต่เอาจริงๆเราก็คุยกันไปเยอะแล้วนะ" เด็กหนุ่มร่างสูงพูดอย่างอารมณ์ดี
"อืมมมมมมมมม....." เธอเอาก้นดินสอจิ้มแก้มตัวเองพลางคิดไปด้วย... แต่ในเมื่อให้คิดคำถามแบบจริงจังก็กลับนึกไม่ออก จึงส่ายหัวดิก แต่ก็ยังไม่ได้เก็บสมุดลงไป เนื่องจากจริงๆแล้วเธอมีคำถามบางอย่างในใจอยู่ ซึ่งกำลังลังเลว่าจะถามออกไปดีหรือไม่ ... ซึ่งไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองนั้นเหลือบมองหน้าพี่ออกัสสลับกับบรรทัดอันว่างเปล่าในสมุดสเก็ตช์นั่นหลายรอบ
"เนียร์จะวาดพี่ลงสมุดแทนสัมภาษณ์แล้วเหรอครับ"
"เปล่าค่ะพี่ คือ......................" ....................เธอลากเสียงแผ่วลง และหยุดเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะมองสบตาเรียวสีดำของรุ่นพี่ตรงหน้า ซึ่งอีกฝ่ายเองก็เลิกคิ้วสงสัยทั้งที่มุมปากยังมีรอยยิ้มน้อยๆ
"..............พี่ออกัส..เคยโดนใครเตะมามั่งเปล่าคะ..."
"หือ น้องอยากเตะพี่ประเดิมรึเปล่าละครับ" ......อา.........รอยยิ้มชวนท้าให้ลองนั่นมันอะไรกันคะ (..ถึงจริงๆมันจะเป็นแค่ยิ้มธรรมดาก็เถอะ)
เนียร์ส่ายหัววืดๆแล้วส่งยิ้มเก้ๆกังๆตอบกลับมาแทนคำพูด
"ด้วยความสัตย์และจริงใจสุดๆ พี่ทั้งหล่อ ล่ำ ใจดี น่ารัก รักเด็กรักสัตว์รักโลก เป็นเด็กดีของทุกคนขนาดนี้ จะมีใครกล้าเตะพี่กันครับผม" ...โอแม่เจ้า เขายังเสยผมคูลๆแถมท้ายให้ด้วย
มีเพียงเสียงหัวเราะที่กลั้นไม่ไหวแล้วหลุดออกมาหลังจากจบสิ้นทุกการกระทำของเด็กหนุ่มคนนี้
อันที่จริงเธอก็แค่อยากถามเพราะอยากล้อเล่นด้วยบ้างเท่านั้นเอง แล้วท่าทีของเขาก็ทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาจากที่ลังเลอยู่นาน
"น้องเนียร์เองก็เห็นด้วยใช่มั้ยเอ่ยยย"
"กำลังจะเห็นด้วยแต่เปลี่ยนใจแล้วค่ะ ฮ่ะๆๆๆ"
เด็กสาวหัวเราะเบาๆไปพลางเก็บสมุดดินสอเข้ากระเป๋า คงพอแล้วสำหรับรุ่นพี่คนนี้ และอีกอย่าง เธอเองก็รู้สึกว่าเวลาเหมือนจะผ่านไปเร็วอยู่เหมือนกัน ... นี่มันกี่โมงกันแล้วนะ
แขนเสื้อนักเรียนยาวๆถูกเลิกขึ้นเพื่อดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือ ผิวหนังชื้นเหงื่อเล็กน้อยก็เอาแขนเสื้ออีกข้างถูๆเช็ดๆ
9.43 น.
เฮ้ย ทำไมมันป่านนี้แล้ว...... นี่เราอยู่ตรงนี้เกินครึ่งชั่วโมงเลยเรอะ.... ไม่สิ....ถ้าลองลบเวลาที่เจอกันไป...มันก็ไม่น่าจะมากมายเท่าไหร่น้า..............
.........เป็นครั้งที่สองที่เธอเบ้ปากให้นาฬิกา ... จริงๆแล้วปกติเวลาสัมภาษณ์มันควรจะยาวนานขนาดนี้รึเปล่านะ
แต่ช่างเถอะ... จริงๆแล้วเธอก็คุยเพลินๆดี แม้ตอนแรกจะรู้สึกไม่ค่อยจะดีกับรุ่นพี่คนนี้ไปชั่ววูบก็เถอะ
อ๊ะ จริงสินะ .. จะว่าไป
"เอ้อ พี่ออกัส เมื่อกี้ที่พูดไปแบบนั้น เรื่อง.. ที่โดนเตะ...................... ขอโทษนะคะ"
เขามองเธอตอบกลับมาอีกทีแต่ไม่พูดอะไร แถมไม่ยิ้มด้วย ...............ตายละวา
"จริงๆ.... พี่รู้สึกแย่นะครับ ........ น้องพูดแบบนั้นน่ะ "
"........................." ..............แง.....
อย่าเพิ่งเงียบเซ่ เมื่อกี้ยังเฮฮาอยู่เลยแล้วนี่มันอะไรกัน ไม่น่าถามเลยเนียร์เอ๊ย ชิมัตตะ!
............. แต่การปล่อยอะไรค้างคาใจมันก็ไม่ใช่นิสัยเรา ....ไหนๆก็ขอโทษแล้ว เขาจะว่าอะไรมา เราก็ต้องยืดอกรับอย่างแมนๆซี่ ก็เราผิดเองที่ไปพูดแบบนั้นนี่นา
"... เอ่อ .. ขอโทษที่พูดทั้งๆที่ยังไม่สนิทด้วยนะคะ ... จริงๆหนูไม่ควรจะถามแบบนั้น"
เธอมองเห็นพี่ออกัสกอดอกแล้วหรี่ตามอง ยิ่งทำให้รู้สึกเสียความมั่นใจที่อุตส่าห์สั่งสมมาทีละนิดต้องหดแห้งไปเหมือนต้นไม้ไม่ได้ดูแล เด็กสาวยืนนิ่งเงียบรอรับความผิด
"เนียร์ พี่ไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะครับ ไปเถอะ"
"แต่..........."
มีความรู้สึกว่าเราไม่ควรจะแย้ง...แต่มันยังไม่เคลียร์นี่ ... ไม่ได้นะเราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง
"ถ้าน้องไม่ไป พี่ไปเองก็ได้ครับ" .............ว่าแล้วก็เขาเดินออกไปเลย...
อ้าว................อะไรอ่ะ งง..........
คิ้วเรียวสองข้างผูกเป็นโบว์จนแทบจะขมวดรวมกันได้อยู่แล้ว แต่พอไม่เห็นใครอีกเลยไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยต้องหันหลังเดินออกไปอย่างเสียมิได้ แม้ในใจยังรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย
ในขณะที่กำลังเดินว้าวุ่นตรงไปเรื่อยๆตามทางเท้าอยู่นั้น โดยไม่ได้ระวังตัวหรือคิดถึงสิ่งรอบข้างเพราะกำลังอยู่ในห้วงความคิด จู่ๆบ่าสองข้างของเธอก็โดนเขย่าอย่างกะทันหันแต่ไม่รุนแรงมากนักพร้อมกับเสียงประกอบที่ดังอยู่ด้านหลัง
"เฮ่ว!!!"
"เหวอเฮ้ยยยยยยยย"
ถ้าเข้ามาเงียบๆก็อาจจะถูกวิชาสันมือพิฆาตที่ฝึกเอาไว้ป้องกันตัวฟาดผัวะเข้าให้เป็นแน่แท้ แต่นี่ถูกทำให้ตกใจจนเผลอร้องออกมาเสียดัง เลยต้องเอามือมาอุดปากตัวเองเอาไว้แทนแล้วหันขวับไปมองหน้าให้ชัดๆ
ตามองตา..สายตาก็จ้องมองกัน.........พลันเห็นรอยยิ้มที่คุ้ยเคย ... ที่เพิ่งจะเห็นมาไม่กี่นาทีก่อนนี่เอง
"อ้าวพี่.........ออกัส?"
"เราเพิ่งเจอกันเมื่อกี้นี้จะทำเป็นลืมกันแล้วเหรอครับน้องงงงงงเนียร์"
".........ไม่โกรธแล้วเหรอคะ"
"โกรธอะไร้ ไหน ใครโกรธ ไม่มี้" ตอนนี้รุ่นพี่เปลี่ยนมายืนอยู่ข้างๆแล้วลอยหน้าลอยตาทำยิ้มๆเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ก็เมื่อกี้......พี่ทำท่าแบบนั้นน่ะ นึกว่าโกรธ.."
"เปล่าครับ พี่ล้อเล่น ยิ้มนะๆ แต่ช้าแต่เอ่เอ๊"
"โหพี่คะ เล่นซะตกใจหมด นี่หนูเครียดจริงนะ มีเรื่องกับรุ่นพี่ตั้งแต่สัมภาษณ์เนี่ย" เนียร์ส่ายหน้าหวือจนหางม้าไหวดุ๊กดิ๊กตาม ถึงสีหน้าจะยังไม่สู้ดีนักแต่ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
"พี่บอกแล้วไงครับ ว่าพี่หล่อ ล่ำ ใจดี รักเด็กรักสัตว์รักโลก เป็นเด็กดีของทุกคน"
"...... ถ้าพี่รักเด็กและใจดี พี่เลี้ยงเป๊บซี่ซักแก้วเป็นค่าทำขวัญได้มั้ยคะ"
"อู้ย.............โดนเลย"
....ในที่สุดเธอก็เริ่มยิ้มให้เขาอีกครั้งหลังจากที่กระอักกระอ่วนใจในช่วงเวลาสั้นๆ ส่วนเรื่องที่เธอขอให้เลี้ยงน้ำ เมื่อทั้งคู่ไปถึงโรงอาหารแล้วเนียร์ก็บอกว่าเรื่องเป๊บซี่เมื่อกี้ตัวเองก็แหย่เล่นกลับไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดจะให้เลี้ยงอะไรจริงๆหรอก
สุดท้ายก็ซื้อน้ำกันคนละแก้ว นั่งคุยกันต่อบ้างนิดหน่อยจนรู้มาอีกว่าเขาเองก็ชอบวาดรูป แต่ว่าเป็นแบบภาพเหมือนซึ่งคนละแนวกับที่เธอวาด............... เรื่องนี้นับว่าเป็นการสัมภาษณ์ด้วยไหมนะ
แต่อย่างไรก็ตาม เธอจะถือว่าเวลาที่ปลีกตัวออกมาตอนแรกนั้นเป็นเวลาสิ้นสุดก็แล้วกัน
ตอนนี้ 10.05 น.
เด็กสาวยังคงอยู่ที่โรงอาหารเนื่องจากยังไม่รู้จะเริ่มต่อที่ไหน การเจอกับพี่ออกัสมันเป็นเรื่องบังเอิญเสียยิ่งกว่าบังเอิญ และนึกขึ้นได้ว่าลืมถามไปว่าพี่เขาโผล่มาข้างหลังเธอในตอนแรกได้ยังไง
แต่ช่างมันเถอะ เขาไม่ใช่ผีก็ไม่เป็นไร และควรจะเริ่มหาคนต่อไปได้แล้ว
ตอนนี้โรงอาหารก็ยังไม่ค่อยมีคน ... คงยังไม่พักเที่ยงละมั้ง มันเพิ่งจะสายๆเองนี่นา ถ้าลองเดินไปที่อื่นดูบ้างก็อาจจะมีรุ่นพี่คนอื่นอยู่ก็ได้ แถมเป็นการสำรวจโรงเรียนไปในตัวอีก
"ฮืมมมม..... แถวนี้ยังมีทางเดินไปได้อีกมั้ยนะ"
เนียร์เดินออกมาหน้าโรงอาหารแล้วมองซ้ายขวา พลันหันไปเห็นกับบริเวณที่เลยออกไปทางส่วนที่คิดว่าน่าจะเป็นด้านหลังของโรงเรียนแล้ว เนื่องจากมีลักษณะเป็นแถวต้นไม้ที่ขึ้นอยู่มากมายดูร่มรื่น ไม่ค่อยเหมือนการจัดสวนโดยมนุษย์สักเท่าไหร่ แต่เพราะว่าบรรยากาศของต้นไม้ที่ทำให้รู้สึกเย็นสบาย และยิ่งเดินลึกเข้าไปอีกก็เจอกับสะพานทอดยาวไปสู่ศาลาริมน้ำข้างหน้า
ฝีเท้าที่เดินอย่างกระฉับกระเฉงนั่นค่อยๆชะลอลงเมื่อเดินมากลางสะพาน เพราะเด็กสาวแอบจัดการพับแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นไปอยู่แถวข้อศอก ทิ้งให้แขนเปล่าๆรับลมเย็นๆที่พัดเข้ามาปะทะเบาๆได้อย่างสะดวก
ฮือๆๆ... นี่มันเยี่ยมไปเลย ชักอยากวิ่งกลับไปซื้อน้ำเย็นๆมาอีกขวดแล้วสิ......
แต่คิดไปคิดมาก็ค่อยซื้ออีกทีตอนกลับไปที่โรงอาหารหลังจากนี้ดีกว่า เพราะยังเดินไปไม่ถึงศาลานั่นเลย
....ผ่านไปไม่กี่ก้าวเด็กสาวก็เห็นเหมือนมีใครบางคนนั่งอยู่ ที่ตอนแรกไม่แน่ใจนัก
เดินเข้าไปใกล้กว่านี้อีก ..... จึงเห็นชัดๆว่าต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ จากหางม้ายาวๆที่มัดสูงอย่างเรียบร้อย กับโบว์สีสุภาพ แต่ไม่ได้รู้มากกว่านั้นเนื่องจากเธอหันหลังให้เนียร์ และก็เหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่างอยู่ เพราะลักษณะที่กำลังก้มหน้าลงแบบนั้น
ทำให้เด็กสาวชั่งใจว่าจะเดินเข้าไปหาดีไหม ถ้าหากว่าคนนั้นกำลังอ่านหนังสือ จะกลายเป็นว่าเราเข้าไปกวนรึเปล่า
......แม้ว่าเสียงหนึ่งในใจจะร้องเตือนบอกว่าไว้ค่อยมาใหม่เถอะ แต่ขาของเธอกลับเริ่มก้าวไปข้างหน้า.... ต้องเรียกว่าค่อยๆย่องมากกว่า
เนียร์พยายามรักษาฝีเท้าให้เบา เงียบ ที่สุด คล้ายกับพวกนินจาที่อ่านเจอในการ์ตูน ก็จริงอยู่แม้ว่าเธอไม่ค่อยอยากจะเข้าไปกวนจริงๆ แต่ก็แค่อยากรู้ว่าทำอะไร .. แถมถ้ารุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นดูท่าทางไม่ต้องการให้ใครมารบกวนจริงๆ ก็ค่อยถอยออกไปอย่างเงียบเชียบทีหลังก็ได้ ไม่เห็นจะยาก!
ว่าแล้วก็ลุย
เด็กสาวย่องไปจวนเจียนใกล้จะถึงทางเข้าศาลาริมน้ำแล้ว ซึ่งอยู่ห่างจากตัวรุ่นพี่คนนั้นไม่เท่าไหร่ เรียกว่าเอื้อมมือไปสะกิดก็ถึง
แต่เธอคนนั้นก็ยังไม่รู้ตัวอยู่ดี... ทำให้ตากลมสีโกโก้นั้นเผลอจับจ้องที่เรือนผมของคนตรงหน้าซึ่งในมุมนี้จะต้องแสงแดดอยู่เล็กน้อย ......... มันออกเป็นสีน้ำตาลแดงๆด้วยล่ะ พี่เค้าย้อมผมเหรอ.......
"...อ้าว ทำไมตรงนี้มันเลอะล่ะ"
??
เนียร์หยุดชะงักกึกกับคำพูดที่จู่ๆรุ่นพี่ผมสีสวยคนนั้นก็พูดขึ้นมา แต่หน้ายังไม่แม้แต่จะเงยขึ้นมามอง เลยสงสัยว่าพูดอยู่กับใครกัน แถวๆนี้ก็มีแค่สองคน ...หรือว่า............................ คงจะไม่ใช่.... ไม่หรอกมั้ง..
"เอ เหมือนจะต้องเติมเส้นตรงนี้อีกหน่อย ถมๆใหม่ดีกว่า" ว่าแล้วมือของเธอที่พึมพำอยู่คนเดียวก็จรดดินสอฝนๆลงกระดาษที่วางซ้อนอยู่บนกระดานรอง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบยางลบที่วางไว้อยู่ข้างตัว แต่เพราะดินสอซึ่งหนีบอยู่ที่นิ้วของเธอไปปัดมันเข้า ยางลบก้อนนั้นเลยกระเด็นลงพื้นไป
"เดี๋ยวหนูเก็บให้"
โชคดีที่ยางลบกลิ้งมาในระยะใกล้เท้าเนียร์พอดี เธอจึงย่อตัวหยิบแล้วส่งคืนรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นที่เงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษ แต่ดวงตาคู่นั้นที่มองกลับมาเบิกกว้างนิดๆคล้ายกับว่ากำลังตกใจ แต่ไม่มีเสียงอุทานใดๆออกมาจากปากนอกจาก..
"ข... ขอบใจนะ" และน้ำเสียงที่ดูจะอึ้งๆไป ก่อนจะเริ่มปรับสีหน้าตัวเองให้เป็นปกติ
"พี่.... ตอนนี้...สะดวกรึเปล่าคะ" น้ำเสียงลากช้าลงเนื่องจากสายตาที่เลื่อนไปตรงกระดาษของเนียร์นั้นแสดงความไม่แน่ใจออกมาอยู่นิดหน่อย แต่ถ้ารุ่นพี่คนนี้ตกลงให้สัมภาษณ์ ก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่รบกวนเวลาของเธอมากมายเป็นอันขาด
"ก็ว่างนะ พี่ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษหรอก แค่วาดรูปเล่นเอง น้อง... มาสอบเหรอ?"
"อ่า..ค่ะ! ขอบคุณนะคะพี่ ............."
"พี่ชื่อโมรานะ" เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ แต่ก็ยังดูตื่นๆนิดหน่อย
เธอเขยิบที่นั่งให้ว่าที่รุ่นน้องมานั่งข้างๆได้สะดวก โดยที่เนียร์ก็พยายามหยิบสมุดสเก็ตช์เล่มเดิมออกมาแล้วนั่งเขียนยุกยิกลงไปต่อท้ายที่สัมภาษณ์รุ่นพี่คนก่อนหน้านี้ไว้
"พี่โมรา ขอชื่อจริงกับนามสกุลด้วยได้มั้ยคะ"
เด็กสาวรุ่นพี่พยักหน้ารับคำ "มณฑกาญจน์ โชติกมลธรรม"
เนียร์ก้มหน้าลงไปที่สมุดสเก็ตช์อีกครั้งหนึ่ง
"ถ้าน้องเขียนชื่อพี่ไม่ถูกก็บอกได้นะ.." มีเสียงถามขึ้นมาหลังจากเว้นช่วงให้เนียร์เขียนชื่อจนเสร็จ เพราะเธอไม่อยากขัดใครเวลากำลังทำอย่างอื่น ยิ่งเป็นรุ่นน้องที่มาสัมภาษณ์ตนด้วยแล้ว
"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ แหะๆ จริงๆตอนแรกได้ยินชื่อพี่ก็คิดถึงเพื่อนตอนม.ต้นของหนูคนนึงเหมือนกัน" เธอยิ้มเก้อๆตอบรับความช่วยเหลือของรุ่นพี่ข้างๆ โดยมีความรู้สึกประทับใจอยู่นิดๆ ... ตอนแรกนึกว่าจะเงียบกว่านี้นะนี่ เป็นมิตรกว่าที่คิดอีก ดีจัง
แต่แล้วเมื่อเธอเขียนเสร็จก็ลองยื่นให้เด็กสาวผมน้ำตาลแดงตรวจดูเหมือนกัน เมื่อพี่โมราพยักหน้าตอบรับว่าถูกต้องทั้งหมด เนียร์ก็ขอกลับมาเตรียมจะเขียนต่อ
"พี่โมราปกติมานั่งที่นี่ตลอดเลยเหรอคะ"
"เอ... เรียกว่ามาบ่อยดีกว่านะ ส่วนใหญ่ก็มานั่งวาดรูปไปเรื่อยๆนี่ล่ะ...."
"รุ่นพี่ที่หนูเจอก่อนหน้าก็ชอบวาดรูป แบบนี้พี่ก็เรียนสายศิลป์ด้วยน่ะสิคะ?"
"เปล่าหรอก พี่เรียนวิทย์-คณิตน่ะ"
"หะ..............."
เนียร์ยิ้มค้างไปนิดหน่อย ความจริงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องปกติที่เด็กหลายคนเรียนสายนี้จะชอบเรื่องวาดๆเขียนๆ แต่เอาจริงถ้าชอบทำไมไม่เลือกเรียนที่เป็นศิลป์เฉพาะไปเลยล่ะ .. หรือพี่เขาไม่ถนัดภาษากันแน่หว่า
"มันดูแปลกๆเหรอ" เธอเอียงคอมองนิดๆแต่แววตายังดูยิ้มอยู่
"อ่อออ.. ไม่ค่ะ ไม่ คือ..... ถ้าอย่างนั้นหมายถึงพี่ก็... ชอบเลข..ด้วยน่ะเหรอคะ"
"เลขเหรอ... ก็ไม่ได้ชอบหรอก ส่วนฟิสิกส์... ไม่รู้สิ พี่ไม่ถนัดเท่าไหร่นะ" สีหน้าของเธอเจื่อนลง
"......หนูว่าหนูเข้าใจพี่นะ"
พี่โมราปิดปากขำนิดๆชั่วแว่บ คงเพราะสีหน้าที่ดูเข้าใจและเหมือนจะพะอืดพะอมไปพร้อมกันของสาวน้อยข้างๆนั้นชวนให้อดยิ้มไม่ได้จริงๆ "พี่ชอบวิทย์มากกว่า อย่างเคมีกับชีวะ เวลาส่องดูพวกเซลล์ต่างๆ ไม่ก็เวลาผลการทดลองเกี่ยวกับการตกผลึก จะได้เห็นรูปร่างอะไรแปลกๆ สวยๆเยอะเลยล่ะ" เธอเล่าด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ดูมีความสุขกว่าเมื่อกี้
"หืม แบบนี้สำหรับพี่มันก็เป็นศิลปะอย่างนึงด้วยสินะคะ"
"อื้ม"
เนียร์ก้มลงไปจดยุกยิกอีกที คราวนี้ดูจะมีอะไรมากขึ้นหน่อย .... อา.. สงสัยสัมภาษณ์เสร็จคงต้องสรุปอีกทีแล้วสิเรา
พอดินสอหยุดเคลื่อนไหว บทสนทนาที่ดูจะราบรื่นเมื่อกี้ก็เริ่มสะดุด ..... จะถามอะไรต่อไปดีนะ
เธอพยายามคิดจนรู้สึกได้ว่าหัวแล่นเร็วจี๋ นึก...นึก ... นึกซี่ ........... แต่แล้วภาพแรกที่เธอเห็นในความทรงจำไม่กี่นาทีก่อนก็ผุดขึ้นมา
ฮ่า ใช่แล้ว ... นี่ไงล่ะ!
พอเธอหันไปหาอ้าปากจะพูด ก็เห็นพี่โมราทำท่าเหมือนจะพูดเหมือนกัน แต่สุดท้ายรุ่นพี่ก็ให้เนียร์เริ่มพูดก่อน
"อ้อคือว่า ตอนแรกที่เห็นน่ะค่ะ พี่โมรา ... ย้อมผมมาเรียนได้ด้วยเหรอคะ? สีสวยจัง"
"...............? ....พี่ไม่ได้ย้อมหรอก พอดีว่า คุณทวดของพี่เป็นคนฝรั่งเศส ก็เลยได้สีผมเหมือนคนตะวันตกมา" เธอกล่าวตอบยิ้มๆราวกับว่าเคยมีคนมาถามเรื่องนี้ไปแล้ว ... อาจจะเป็นเพื่อนๆในห้องตอนเจอกันครั้งแรกก็ได้
แต่พอคิดถึงเพื่อนๆ ก็ดันนึกมาได้ว่าลืมถามคำถามสำคัญไปเสียนี่
"อ...อะโน...... เอ๊ยยย เออพี่โมราคะ หนูลืมถาม! ตอนนี้พี่อยู่ม.อะไรแล้วคะ" ...... น่ะ เกือบจะพ่นภาษาอะไรไม่รู้ใส่พี่เขาเพราะความเคยชินอีกแล้วไหมล่ะเนียร์
"ตอนนี้กำลังจะขึ้นม. 5 น่ะ จริงๆพี่เองก็น่าจะบอกไปด้วยตั้งแต่แรก ขอโทษทีนะ" น้ำเสียงเบาลงนิดหน่อยแม้ว่าสีหน้าจะยังมีรอยยิ้มจากการที่ขำท่าทีเมื่อกี้ของเด็กสาวข้างๆอยู่
"ไม่เป็นไรค่ะพี่ เอาเป็นว่าเจ๊ากันเนอะ ............ไม่สิ.................หนูว่า....หนูยังไม่ได้บอกชื่อกับพี่...." คำท้ายๆคล้ายว่าจะบ่นงึมงำมากกว่า แต่ก็ดังพอจะได้ยินกันสองคน
"............" ว่าที่รุ่นพี่ข้างๆเธอมองก่อนเงียบไปสักแป๊บหนึ่งก่อนพูดขึ้นมา
"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ แหะๆ จริงๆตอนแรกได้ยินชื่อพี่ก็คิดถึงเพื่อนตอนม.ต้นของหนูคนนึงเหมือนกัน" เธอยิ้มเก้อๆตอบรับความช่วยเหลือของรุ่นพี่ข้างๆ โดยมีความรู้สึกประทับใจอยู่นิดๆ ... ตอนแรกนึกว่าจะเงียบกว่านี้นะนี่ เป็นมิตรกว่าที่คิดอีก ดีจัง
แต่แล้วเมื่อเธอเขียนเสร็จก็ลองยื่นให้เด็กสาวผมน้ำตาลแดงตรวจดูเหมือนกัน เมื่อพี่โมราพยักหน้าตอบรับว่าถูกต้องทั้งหมด เนียร์ก็ขอกลับมาเตรียมจะเขียนต่อ
"พี่โมราปกติมานั่งที่นี่ตลอดเลยเหรอคะ"
"เอ... เรียกว่ามาบ่อยดีกว่านะ ส่วนใหญ่ก็มานั่งวาดรูปไปเรื่อยๆนี่ล่ะ...."
"รุ่นพี่ที่หนูเจอก่อนหน้าก็ชอบวาดรูป แบบนี้พี่ก็เรียนสายศิลป์ด้วยน่ะสิคะ?"
"เปล่าหรอก พี่เรียนวิทย์-คณิตน่ะ"
"หะ..............."
เนียร์ยิ้มค้างไปนิดหน่อย ความจริงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องปกติที่เด็กหลายคนเรียนสายนี้จะชอบเรื่องวาดๆเขียนๆ แต่เอาจริงถ้าชอบทำไมไม่เลือกเรียนที่เป็นศิลป์เฉพาะไปเลยล่ะ .. หรือพี่เขาไม่ถนัดภาษากันแน่หว่า
"มันดูแปลกๆเหรอ" เธอเอียงคอมองนิดๆแต่แววตายังดูยิ้มอยู่
"อ่อออ.. ไม่ค่ะ ไม่ คือ..... ถ้าอย่างนั้นหมายถึงพี่ก็... ชอบเลข..ด้วยน่ะเหรอคะ"
"เลขเหรอ... ก็ไม่ได้ชอบหรอก ส่วนฟิสิกส์... ไม่รู้สิ พี่ไม่ถนัดเท่าไหร่นะ" สีหน้าของเธอเจื่อนลง
"......หนูว่าหนูเข้าใจพี่นะ"
พี่โมราปิดปากขำนิดๆชั่วแว่บ คงเพราะสีหน้าที่ดูเข้าใจและเหมือนจะพะอืดพะอมไปพร้อมกันของสาวน้อยข้างๆนั้นชวนให้อดยิ้มไม่ได้จริงๆ "พี่ชอบวิทย์มากกว่า อย่างเคมีกับชีวะ เวลาส่องดูพวกเซลล์ต่างๆ ไม่ก็เวลาผลการทดลองเกี่ยวกับการตกผลึก จะได้เห็นรูปร่างอะไรแปลกๆ สวยๆเยอะเลยล่ะ" เธอเล่าด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ดูมีความสุขกว่าเมื่อกี้
"หืม แบบนี้สำหรับพี่มันก็เป็นศิลปะอย่างนึงด้วยสินะคะ"
"อื้ม"
เนียร์ก้มลงไปจดยุกยิกอีกที คราวนี้ดูจะมีอะไรมากขึ้นหน่อย .... อา.. สงสัยสัมภาษณ์เสร็จคงต้องสรุปอีกทีแล้วสิเรา
พอดินสอหยุดเคลื่อนไหว บทสนทนาที่ดูจะราบรื่นเมื่อกี้ก็เริ่มสะดุด ..... จะถามอะไรต่อไปดีนะ
เธอพยายามคิดจนรู้สึกได้ว่าหัวแล่นเร็วจี๋ นึก...นึก ... นึกซี่ ........... แต่แล้วภาพแรกที่เธอเห็นในความทรงจำไม่กี่นาทีก่อนก็ผุดขึ้นมา
ฮ่า ใช่แล้ว ... นี่ไงล่ะ!
พอเธอหันไปหาอ้าปากจะพูด ก็เห็นพี่โมราทำท่าเหมือนจะพูดเหมือนกัน แต่สุดท้ายรุ่นพี่ก็ให้เนียร์เริ่มพูดก่อน
"อ้อคือว่า ตอนแรกที่เห็นน่ะค่ะ พี่โมรา ... ย้อมผมมาเรียนได้ด้วยเหรอคะ? สีสวยจัง"
"...............? ....พี่ไม่ได้ย้อมหรอก พอดีว่า คุณทวดของพี่เป็นคนฝรั่งเศส ก็เลยได้สีผมเหมือนคนตะวันตกมา" เธอกล่าวตอบยิ้มๆราวกับว่าเคยมีคนมาถามเรื่องนี้ไปแล้ว ... อาจจะเป็นเพื่อนๆในห้องตอนเจอกันครั้งแรกก็ได้
แต่พอคิดถึงเพื่อนๆ ก็ดันนึกมาได้ว่าลืมถามคำถามสำคัญไปเสียนี่
"อ...อะโน...... เอ๊ยยย เออพี่โมราคะ หนูลืมถาม! ตอนนี้พี่อยู่ม.อะไรแล้วคะ" ...... น่ะ เกือบจะพ่นภาษาอะไรไม่รู้ใส่พี่เขาเพราะความเคยชินอีกแล้วไหมล่ะเนียร์
"ตอนนี้กำลังจะขึ้นม. 5 น่ะ จริงๆพี่เองก็น่าจะบอกไปด้วยตั้งแต่แรก ขอโทษทีนะ" น้ำเสียงเบาลงนิดหน่อยแม้ว่าสีหน้าจะยังมีรอยยิ้มจากการที่ขำท่าทีเมื่อกี้ของเด็กสาวข้างๆอยู่
"ไม่เป็นไรค่ะพี่ เอาเป็นว่าเจ๊ากันเนอะ ............ไม่สิ.................หนูว่า....หนูยังไม่ได้บอกชื่อกับพี่...." คำท้ายๆคล้ายว่าจะบ่นงึมงำมากกว่า แต่ก็ดังพอจะได้ยินกันสองคน
"............" ว่าที่รุ่นพี่ข้างๆเธอมองก่อนเงียบไปสักแป๊บหนึ่งก่อนพูดขึ้นมา
"นั่นสินะ พี่ยังไม่รู้ชื่อน้องเลย" แต่สุดท้ายคำพูดที่มาพร้อมรอยยิ้มก็ทำให้เนียร์ใจชื้นขึ้นหน่อย
"ฮ่ะๆๆๆ ..น.. น่าอายจัง ฮ่ะๆๆๆ ...................................... เนียร์ นรรัตน์ พิชัยยุทธค่ะ พี่ไม่ต้องเรียกน้องนำหน้าชื่อหนูก็ได้นะ จะได้กันเองๆ" เธอโบกมือไปมาแล้วยิ้มกว้างให้ สำหรับเจ้าตัวแล้ว รุ่นพี่ที่วัยห่างกันไม่มากหรือไล่เลี่ยกันก็อยากให้เรียกชื่อเฉยๆมากกว่า ...แบบว่าในความรู้สึกมันเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กๆยังไม่ค่อยจะโตอะไรแบบนั้น
"ถ้าน้องว่าแบบนั้นพี่ก็ตกลง .... แล้ว .. มีอะไรสงสัยอีกรึเปล่า?" พี่โมราเริ่มถามกลับบ้าง เนื่องจากบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง ทำให้เธอรู้สึกคลายความกังวลจากเมื่อครู่ที่เจอหน้ากันใหม่ๆไปได้พอสมควร
"สงสัยเหรอคะ? ..........ฮะๆ ถ้าเจาะจงแบบนี้ก็ไม่รู้จะถามเรื่องอะไรน่ะค่ะ .... ฮึ่มม"
"อืมมม..... เอาเรื่องใกล้ตัวหน่อยก็...เกี่ยวกับสัมภาษณ์ก็ได้นะ"
"ถ้าเรื่องสัมภาษณ์.............................................." เนียร์ลากเสียงยาวเบาๆ กลอกตาไปมานิดหน่อย
สายตาของเธอหยุดมองที่นาฬิกาข้อมือสีดำของตัวเองในชั่วขณะหนึ่ง
ตอนนี้เป็นเวลา 10.38 น.
และแล้วเธอก็ลองถามออกไปดู จากการคาดคะเนนว่าในการสัมภาษณ์ทั่วๆไปมันอาจจะมีก็ได้
"ปกติเวลาสัมภาษณ์ ต้องกำหนดเวลามั้ยคะพี่ หรือว่ามานั่งถามตอบยังไงก็ได้ตามใจชอบ?"
เธอพยักหน้าน้อยๆรับคำก่อนจะเริ่มพูดต่อ "กำหนดแค่เวลาเริ่มก็พอนะ ส่วนเวลาที่เหลือ แค่ระวังไม่ให้นานเกินไปน่ะ เพราะต้องไปหาคนอื่นๆด้วย"
"..........................." ............ตายๆๆๆ เวลาเริ่ม .... เมื่อกี้กับก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดไม่ได้จดซะด้วยสิ เอาละไงล่ะ
ดวงตาสีเข้มคู่สวยมองอย่างเป็นห่วง กลัวว่าว่าที่รุ่นน้องของเธอจะว้าวุ่นใจไปมากกว่านี้ เลยพยายามให้กำลังใจอยู่กลายๆ
"ฮ่ะๆๆๆ ..น.. น่าอายจัง ฮ่ะๆๆๆ ...................................... เนียร์ นรรัตน์ พิชัยยุทธค่ะ พี่ไม่ต้องเรียกน้องนำหน้าชื่อหนูก็ได้นะ จะได้กันเองๆ" เธอโบกมือไปมาแล้วยิ้มกว้างให้ สำหรับเจ้าตัวแล้ว รุ่นพี่ที่วัยห่างกันไม่มากหรือไล่เลี่ยกันก็อยากให้เรียกชื่อเฉยๆมากกว่า ...แบบว่าในความรู้สึกมันเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กๆยังไม่ค่อยจะโตอะไรแบบนั้น
"ถ้าน้องว่าแบบนั้นพี่ก็ตกลง .... แล้ว .. มีอะไรสงสัยอีกรึเปล่า?" พี่โมราเริ่มถามกลับบ้าง เนื่องจากบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง ทำให้เธอรู้สึกคลายความกังวลจากเมื่อครู่ที่เจอหน้ากันใหม่ๆไปได้พอสมควร
"สงสัยเหรอคะ? ..........ฮะๆ ถ้าเจาะจงแบบนี้ก็ไม่รู้จะถามเรื่องอะไรน่ะค่ะ .... ฮึ่มม"
"อืมมม..... เอาเรื่องใกล้ตัวหน่อยก็...เกี่ยวกับสัมภาษณ์ก็ได้นะ"
"ถ้าเรื่องสัมภาษณ์.............................................." เนียร์ลากเสียงยาวเบาๆ กลอกตาไปมานิดหน่อย
สายตาของเธอหยุดมองที่นาฬิกาข้อมือสีดำของตัวเองในชั่วขณะหนึ่ง
ตอนนี้เป็นเวลา 10.38 น.
และแล้วเธอก็ลองถามออกไปดู จากการคาดคะเนนว่าในการสัมภาษณ์ทั่วๆไปมันอาจจะมีก็ได้
"ปกติเวลาสัมภาษณ์ ต้องกำหนดเวลามั้ยคะพี่ หรือว่ามานั่งถามตอบยังไงก็ได้ตามใจชอบ?"
เธอพยักหน้าน้อยๆรับคำก่อนจะเริ่มพูดต่อ "กำหนดแค่เวลาเริ่มก็พอนะ ส่วนเวลาที่เหลือ แค่ระวังไม่ให้นานเกินไปน่ะ เพราะต้องไปหาคนอื่นๆด้วย"
"..........................." ............ตายๆๆๆ เวลาเริ่ม .... เมื่อกี้กับก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดไม่ได้จดซะด้วยสิ เอาละไงล่ะ
ดวงตาสีเข้มคู่สวยมองอย่างเป็นห่วง กลัวว่าว่าที่รุ่นน้องของเธอจะว้าวุ่นใจไปมากกว่านี้ เลยพยายามให้กำลังใจอยู่กลายๆ
"เป็นอะไรรึเปล่า ใจเย็นๆ ทำใจสบายๆก่อนนะ"
"พอดีตอนสัมภาษณ์รุ่นพี่คนแรกไม่รู้เลยว่าต้องดูเวลาเริ่มอะค่ะ มาตอนนี้ก็ไม่ได้นับ เลย... ฮึ่มมม..ตกใจนิดหน่อย อะแหะๆ" เธอเกาท้ายทอยก่อนส่งยิ้มแห้งๆตอบ
"อ๋อออ.... นี่เพิ่งสองคนเอง ค่อยๆนึุกไปก็ได้"
"อา....... จะพยายามค่ะ โอ๊ส!" เนียร์รับคำอย่างแข็งขันเสร็จก็เริ่มขีดเขียนยึกยือไม่เป็นภาษาเนื่องจากกำลังใช้ความคิดไปด้วย ...ยังนับว่าดีที่ถามออกไป ไม่อย่างนั้นสัมภาษณ์ไปจนหมดแล้วมานึกรวดเดียวทีหลังมีหวังความนี้ได้ดับแดดิ้นของจริงแน่ๆ
"คราวหน้าก็ระวังหน่อยนะ" เธอยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็เงียบไปอึดใจหนึ่งกลัวว่าตัวเองจะพูดมากไปรึเปล่า
เนียร์เองพอเห็นอีกคนนิ่งไปนิดหน่อยก็ยิ้มให้เพื่อให้สบายใจขึ้น ก่อนจะเริ่มพูดต่อ
"ค่ะ .. ขอบคุณพี่โมรามากนะคะ เอ้อ ตอนพี่สัมภาษณ์ปีที่แล้ว พี่ไปหากี่คนเหรอคะ มีใครบ้าง"
"..นักเรียนชายหญิงรุ่นก่อนอย่างละคน แล้วก็มีคุณครูคนนึง กับบุคลากรพิเศษ .. ก็อย่างพี่กล้าที่อยู่ร้านซีรอกซ์ .....พี่ยอดที่เป็นยามหน้าประตู .....หรือจะช่างภาพอย่างพี่พุดก็ได้ .... แต่เลือกมาคนเดียวพอนะ"
สาวน้อยพยักหน้าหงึกหงักตามที่รุ่นพี่แนะนำมา ... แบบนี้เธอก็เหลือเพียงสองคนแล้วก็จบการสัมภาษณ์สินะ
อีกนิดเดียวเท่านั้นมันก็จะจบแล้ว พยายามเข้า!
"....... ถ้างั้น ... ไม่รบกวนเวลาพี่โมราแล้วล่ะค่ะ อ้อ! ไม่ใช่ว่าหนูไม่อยากคุยต่อนะ.... แต่..เอ่อ...ยังเหลืออีก..สองคนน่ะค่ะ แฮ่ะๆ " เธอเกาท้ายทอยพลางยิ้มแห้งๆให้
"ไม่เป็นไรหรอกเนียร์ เดี๋ยวพอได้เข้ามาเรียน ก็ได้เจอกันบ่อยขึ้นเองแหละ"
"แล้วเจอกันค่ะ วันนี้ขอบคุณมากๆนะคะ"
หลังจากเก็บอุปกรณ์ทั้งสมุดสเก็ตช์และดินสอลงกระเป๋าแล้วจึงลุกขึ้นแล้วค้อมหัวให้พี่โมราซึ่งยังคงนั่งอยู่ที่เดิม พอโบกมือลาและกำลังจะเดินออกไปก็ได้ยินเสียงเรียกไว้อีกที
...................................................
พี่โมราที่ลุกขึ้นเหมือนทำท่าจะเดินมาหา เบนสายตาไปทางอื่นอย่างลังเลก่อนจะบอกกับเธอ
"เอ้อ เนียร์ .....เมื่อตอนที่พี่นั่งวาดรูปแล้วพูดอะไรแปลกๆออกไป.. อย่าถือพี่เลยนะ"
"..ขา? ...... อ๋อ.. ตอนแรกหนูนึกว่าพี่..................คุยกับ..........."
".........................พี่... ชอบพูดตอนวาดรูปเป็นปกติ...น่ะ"
"..ฮะๆ ไม่เป็นไรค่ะพี่หนูเข้าใจ หนูก็เป็นบางที ไว้มานั่งวาดรูปด้วยกันนะคะ"
เธอหันไปตอบรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงเริงร่าแล้วค่อยก้าวเท้าเดินออกจากศาลาริมน้ำ ในใจก็พลันรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ที่การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างราบรื่น และให้ความรู้สึกเหมือนมานั่งคุยกับรุ่นพี่มากกว่า แม้ว่ากับคนแรกถึงจะโดนแกล้ง แต่ก็พอจะเข้าใจว่าคงเป็นวิธีเข้าหารุ่นน้องในแบบของเจ้าตัวละมั้ง
หวังว่าอีกสองคนที่เหลือจะผ่านไปได้ด้วยดีแบบนี้นะ!
"คราวหน้าก็ระวังหน่อยนะ" เธอยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ก็เงียบไปอึดใจหนึ่งกลัวว่าตัวเองจะพูดมากไปรึเปล่า
เนียร์เองพอเห็นอีกคนนิ่งไปนิดหน่อยก็ยิ้มให้เพื่อให้สบายใจขึ้น ก่อนจะเริ่มพูดต่อ
"ค่ะ .. ขอบคุณพี่โมรามากนะคะ เอ้อ ตอนพี่สัมภาษณ์ปีที่แล้ว พี่ไปหากี่คนเหรอคะ มีใครบ้าง"
"..นักเรียนชายหญิงรุ่นก่อนอย่างละคน แล้วก็มีคุณครูคนนึง กับบุคลากรพิเศษ .. ก็อย่างพี่กล้าที่อยู่ร้านซีรอกซ์ .....พี่ยอดที่เป็นยามหน้าประตู .....หรือจะช่างภาพอย่างพี่พุดก็ได้ .... แต่เลือกมาคนเดียวพอนะ"
สาวน้อยพยักหน้าหงึกหงักตามที่รุ่นพี่แนะนำมา ... แบบนี้เธอก็เหลือเพียงสองคนแล้วก็จบการสัมภาษณ์สินะ
อีกนิดเดียวเท่านั้นมันก็จะจบแล้ว พยายามเข้า!
"....... ถ้างั้น ... ไม่รบกวนเวลาพี่โมราแล้วล่ะค่ะ อ้อ! ไม่ใช่ว่าหนูไม่อยากคุยต่อนะ.... แต่..เอ่อ...ยังเหลืออีก..สองคนน่ะค่ะ แฮ่ะๆ " เธอเกาท้ายทอยพลางยิ้มแห้งๆให้
"ไม่เป็นไรหรอกเนียร์ เดี๋ยวพอได้เข้ามาเรียน ก็ได้เจอกันบ่อยขึ้นเองแหละ"
"แล้วเจอกันค่ะ วันนี้ขอบคุณมากๆนะคะ"
หลังจากเก็บอุปกรณ์ทั้งสมุดสเก็ตช์และดินสอลงกระเป๋าแล้วจึงลุกขึ้นแล้วค้อมหัวให้พี่โมราซึ่งยังคงนั่งอยู่ที่เดิม พอโบกมือลาและกำลังจะเดินออกไปก็ได้ยินเสียงเรียกไว้อีกที
...................................................
พี่โมราที่ลุกขึ้นเหมือนทำท่าจะเดินมาหา เบนสายตาไปทางอื่นอย่างลังเลก่อนจะบอกกับเธอ
"เอ้อ เนียร์ .....เมื่อตอนที่พี่นั่งวาดรูปแล้วพูดอะไรแปลกๆออกไป.. อย่าถือพี่เลยนะ"
"..ขา? ...... อ๋อ.. ตอนแรกหนูนึกว่าพี่..................คุยกับ..........."
".........................พี่... ชอบพูดตอนวาดรูปเป็นปกติ...น่ะ"
"..ฮะๆ ไม่เป็นไรค่ะพี่หนูเข้าใจ หนูก็เป็นบางที ไว้มานั่งวาดรูปด้วยกันนะคะ"
เธอหันไปตอบรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงเริงร่าแล้วค่อยก้าวเท้าเดินออกจากศาลาริมน้ำ ในใจก็พลันรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ที่การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างราบรื่น และให้ความรู้สึกเหมือนมานั่งคุยกับรุ่นพี่มากกว่า แม้ว่ากับคนแรกถึงจะโดนแกล้ง แต่ก็พอจะเข้าใจว่าคงเป็นวิธีเข้าหารุ่นน้องในแบบของเจ้าตัวละมั้ง
หวังว่าอีกสองคนที่เหลือจะผ่านไปได้ด้วยดีแบบนี้นะ!
10.45 น. ที่โรงอาหาร
เนียร์นั่งอยู่ที่โต๊ะว่างๆสักที่เพื่อหยิบสมุดสเก็ตช์เล่มที่เธอจดคำตอบของรุ่นพี่มาเขียนสรุปแยกไว้อีกที เพราะมาคิดถึงที่พี่โมราบอกให้เขียนถึงเวลาเริ่มสัมภาษณ์ ..... อืมมม ที่ทำแบบนี้ก็คงเพื่อให้รักษาเวลาก็ได้..
- 9.25 น. (โดยประมาณ) ทางเดินหน้าตึกตรงข้ามสนามฟุตบอล
สิงหา ก้องเกียรติภูมิ (พี่ออกัส)
- ขึ้นม. 5
- อยู่สายศิลป์-คำนวณ
- ชอบสัตว์สี่ขาทั่วไป
- ..ชอบแกล้ง ชอบแหย่
- หลงตัวเอง...
- ดูเป็นคนโกรธยาก ไม่คิดมาก เฮฮา ร่าเริง .......รั่ว
- ชอบวาดภาพเหมือน
- ไว้ถ้าได้เข้าไปเรียน จะลองให้พี่ออกัสวาดให้ซักรูป (.......แต่จะโดนแกล้งอีกมั้ยนะ)
- 10.15 น. (โดยประมาณ) ศาลาริมน้ำ
มณฑกาญจน์ โชติกมลธรรม (พี่โมรา)
- ขึ้นม. 5
- อยู่สายวิทย์-คณิต
- ชอบนั่งวาดรูปที่ศาลาริมน้ำ
- ชอบศิลปะ และชอบวิทย์มากกว่าคณิต
- มีเชื้อสายฝรั่งเศสจากทวด (ชอบสีผมจัง)
- ใจดี ช่วยแนะนำเรื่องสัมภาษณ์ด้วย
- แต่เหมือนพี่เขาดูเกรงๆเกร็งๆ .... เป็นคนคิดมากรึเปล่านะ?
- มักจะบ่นอยู่คนเดียวเวลาวาดรูป
"เรียบร้อย แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วละมั้ง"
เนียร์มองสรุปสัมภาษณ์รุ่นพี่สองคนอย่างพอใจ แล้วเงยหน้ามองโรงอาหารรอบๆอีกที ...มีนักเรียนคนอื่นเข้ามาบ้างแต่เธอก็ไม่ต้องไปสัมภาษณ์คนที่เป็นนักเรียนแล้ว ก็เลยนั่งมองคนเดินไปมาอย่างประปราย
แล้วเธอก็พบใครบางคนที่ไม่เข้าพวก
ที่ไม่เข้าพวกสุดๆก็ตั้งแต่สีผม ที่สะดุดตาตั้งแต่ไฮไลท์สีแดงข้างหน้า ... โอ้โห คุณพี่ช่างกล้า ......
หลังจากอึ้งกับสีผมไปเสียประมาณสามวินาที เธอก็แอบมองรายละเอียดอื่นๆ ในจังหวะที่เขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม .... ที่ดูแล้วท่าทางจะเนี้ยบพอสมควร แม้ว่าเขาจะใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นอยู่ก็ตาม
แบบนี้ไม่น่าจะใช่ครูแหง ....
เด็กสาวคิดเงียบๆอยู่ในใจแล้วนึกได้ว่า ไปนั่งจ้องคนกำลังกินแบบนี้มันดูเสียมารยาทพิกล ระหว่างรอคนนั้นกินข้าวกลางวันเสร็จเธอก็เลยหยิบดินสอออกมานั่งวาดรูปเล่นไปพลางๆ
11.18 น.
เธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
..............ที่นั่งตรงหน้าเธอซึ่งห่างออกไปสองสามโต๊ะว่างเปล่าเสียแล้ว
"อ้าวเฮ้ยหายไปไหนแล้ว โธ่ อุตส่าห์เล็งจะสัมภาษณ์ซะหน่อย บ้าจริง"
เนียร์รีบลุกขึ้นเก็บสมุดดินสอลงกระเป๋าแล้วสาวเท้าเร็วๆไปถามคนแถวนั้นว่าเห็นผู้ชายที่มีสีผมแปลกๆที่กินข้าวอยู่ในโรงอาหารนี้เดินออกไปทางไหน แต่คำตอบที่ได้รับก็ทำให้เธอผิดหวังอยู่เนืองๆเนื่องจากไม่มีใครเห็นเขาเดินออกไป
มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน สีผมแบบนั้นไม่มีใครเห็นได้ด้วยเรอะ
จากนั้นก็เลยเดินคอตกกลับเข้าไปที่ร้านขายน้ำในโรงอาหารอีกที เป๊บซี่แก้วเมื่อสายเอาไม่อยู่เสียแล้ว
"อ๊ะ?"
นั่นปะไรแล้ว จะซื้อน้ำก็เจอใครบางคนที่เพิ่งจะถามคนอื่นไปเมื่อกี้ อะไรมันจะเหมาะเจาะเสียขนาด
หรือเพราะว่าเราดูไม่ทั่วและเข้าใจผิดไปเองสินะ
"จะซื้อน้ำรึเปล่าครับ" ชายหนุ่มร่างสูงพอประมาณ ผู้เป็นเจ้าของทรงผมเสยที่เซ็ทไว้อย่างดี และไฮไลท์สีแดงที่ผมหน้าของเขาเอ่ยถามอย่างสุภาพ เมื่อเขาเห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนที่ไม่คุ้นยืนมองค้างอยู่ข้างๆร้านขายน้ำ
"ค..คะ เปล่าค่ะหนูมา .........มาสัมภาษณ์พี่ค่ะ"
"เชิญครับ งั้นพี่ว่า ไปหาที่นั่งดีกว่านะ ยืนคุยจะไม่สะดวก" เขายิ้มให้แล้วเดินนำไปที่โต๊ะใกล้ๆ
ตอนนี้ 11.23 น.
ตอนนี้เนียร์ไม่ลืมที่จะดูเวลาเริ่มต้นสัมภาษณ์ เมื่อจำตัวเลขบนหน้าปัดได้แล้วจึงละไปหยิบสมุดดินสอออกมาเตรียมจด โดยที่เขียนเวลาแรกเริ่มไว้ก่อนเลย
เธอเหลือบมองคนตรงหน้าอีกที ด้วยความที่รู้สึกได้ว่าคนคนนี้ท่าทางเป็นคนแต่งตัวดีและดูแลตัวเอง เห็นจากผิวพรรณหน้าตาที่ดูสะอาดสะอ้านสดใส ....ซึ่งพอมาคิดดูแล้ว..
รู้สึกตอนนี้ตัวเองจะสภาพโทรมขึ้นแปลกๆคล้ายตอนสมัยอยู่โรงเรียนเก่า แต่ตอนนั้นเธอผมสั้นกว่านี้ เลยไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการจัดแต่งทรงอะไรมากนัก เหงื่อออกหน้าก็เอาแขนเสื้อเช็ดไปอย่างไม่แคร์สื่อ ร้อนเข้าก็พับแขนเสื้อขึ้น จนกว่าจะเลิกเรียนแล้วเดินลงจากตึกไปทางออกโรงเรียนนี่ล่ะค่อยร่นลงมาอีกที
แต่อยู่ต่อหน้าพี่คนนี้แล้วอยากจะทำตัวเองให้ดูดีขึ้นตามอย่างไรก็ไม่รู้ อย่างน้อยก็.. คงเป็นการให้เกียรติผู้มาให้สัมภาษณ์บ้าง เธอจึงค่อยๆ...ดึงแขนเสื้อที่พับไว้ทั้งสองข้างลงมาเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ติดกระดุมที่แขน
"ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจนะว่าอากาศมันร้อน วันนี้พี่ก็ยังใส่แขนสั้นมาเลย"
"... ฮะๆ โรงเรียนหนูเสื้อแขนสั้นมีแต่เสื้อพละน่ะค่ะ"
"อืมม โรงเรียนคริสต์สินะครับ พี่เคยเห็นอยู่นะ"
"คนอื่นที่มาสัมภาษณ์น่ะเหรอคะ?"
"ไม่เชิงครับ พอดีพี่มีรับงานนอกสถานที่ด้วย ก็เลยเคยเห็นนักเรียนที่อื่นบ้าง"
"...เอ๋ แล้วพี่ทำงานอะไรเหรอคะ? มีรับงานนอกสถานที่ด้วย"
"พี่เป็นช่างภาพของที่นี่น่ะครับ แต่ก็มีสตูดิโอรับถ่ายภาพอยู่ที่บ้านด้วย"
ช่างภาพ.......... เอ... ช่างภาพ ถ้าจำไม่ผิดก่อนหน้านี้พี่โมราก็พูดถึงช่างภาพคนนึงนี่นา..ชื่อ.... ชื่ออะไรนะ พุด?
"ช่างภาพ... เอ้อพี่ ..พี่ใช่ช่างภาพที่ชื่อพี่....พุด รึเปล่าคะ?"
"ใช่ครับ น้องรู้จักชื่อพี่ก่อนจะเห็นหน้าอีกนะเนี่ย" พี่พุดพูดติดตลก ท่าทางเขาดูผ่อนคลายกับรอยยิ้มที่ดูสบายๆ ทำให้เนียร์รู้สึกดีขึ้น แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนที่เข้าหาผู้ใหญ่ยาก เพียงแต่นั่งคุยกันสองคนกับคนที่เพิ่งรู้จักก็ทำให้เจ้าตัวมีความประหม่าอยู่เล็กน้อย เช่นอาจจะพูดคุยอะไรติดขัดไปบ้าง
"มีรุ่นพี่ผู้หญิงคนนึงเค้าพูดถึงพี่มาน่ะค่ะ เรื่องสัมภาษณ์บุคลากรพิเศษ"
"อืมม แสดงว่าน้องสัมภาษณ์รุ่นพี่ๆไปแล้วสิครับนี่"
"ค่ะ" เธอตอบรับพร้อมพยักหน้าทีนึง
"เอายังงี้ เดี๋ยวพี่แนะนำตัวอีกทีนะครับ พี่ชื่อ ปพนสรรค์ นารยวงศ์ ....พอจะเขียนชื่อพี่ได้รึเปล่าครับ? สงสัยตัวสะกดอะไรถามได้นะ"
"อ้อ... ชื่อพี่ ปะ-พน-สัน น่ะค่ะ หนู....สะกดไม่ถูกทั้งชื่อเลย แหะๆ"
เนียร์ยิ้มแหยให้พี่พุด พี่พุดก็ยิ้มให้เนียร์ .........
"เรื่องปกตินะครับ ชื่อแบบนี้ไม่ค่อยคุ้นตาคุ้นหูเท่าไหร่ ฮะๆ" เขาจัดการบอกเรื่องตัวสะกดชื่อให้เด็กสาวจนเขียนจบได้ แล้วก็กลับมานั่งดีๆตรงข้ามเธออีกครั้ง
"เนียร์ นรรัตน์ พิชัยยุทธค่ะ" ...ดีใจที่รอบนี้ไม่ลืมบอกชื่อตัวเองอีกครั้ง
"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องเนียร์"
"ค่า เช่นกันนะคะพี่พุด ..เอ่อ ... แล้วปกติพี่ทำงานถ่ายรูปอย่างเดียวเหรอคะ?"
ความจริงอยากจะให้เรียกชื่อเฉยๆอยู่ แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก จึงไม่ได้บอกเรื่องนั้นไป
"หลักๆของพี่ก็คือถ่ายรูปนั่นแหละครับ แต่ก็มีทำบอร์ด ไปช่วยจัดเวทีเวลามีงานโรงเรียนบ้าง ทำหนังสือรุ่น หรือไม่ก็งานที่เกี่ยวกับรูปภาพอื่นๆตามลูกค้าสั่งด้วยเหมือนกันครับ"
.......ดูพี่พุดเค้ามีงานเยอะนะเนี่ย ........ ขยันจัง........
"อ๊ะ จะว่าไป เห็นรุ่นพี่คนอื่นรู้จักพี่ด้วย พี่พุดทำงานที่นี่มากี่ปีแล้วเหรอคะ?"
"ก็... ตั้งแต่โรงเรียนนี้เปิดใหม่ๆน่ะครับ ซักสามสี่ปีมาแล้วได้"
"...หืมม พี่ทำงานเร็วจังเลยนะคะ จบปุ๊บได้งานแล้วอะ" เนียร์พูดพลางก้มหน้าจดคำตอบไปด้วย
"น้องเนียร์หมายถึงที่นี่เหรอครับ?"
"ค่ะ......?"
"จริงๆพี่ทำงานที่อื่นมาระยะนึงก่อนจะมาเป็นช่างภาพที่นี่นะครับ พี่เหมือนยังจบใหม่ๆเหรอ" เขาถามพลางยิ้มให้อีก
"อ้าว เอ๊ะ พี่ไม่ได้เพิ่งจบมาเหรอคะ"
".... น้องเนียร์เห็นว่าพี่ดูเด็กขนาดนั้นเลยเหรอครับ" แอบเห็นว่าพี่พุดเลิกคิ้วขึ้นนิดนึง แต่ไม่ได้แสดงทีท่าว่าตกใจหรือแปลกใจอะไรมากมายนัก ...คงเพราะอาจจะเคยมีคนทักเขาแบบนี้มาแล้วก็ได้
"ก็... หน้าพี่ใสขนาดนี้ ยังกับอายุยี่สิบต้นๆแน่ะ ถ้าบอกว่าพี่เป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมหน้าเด้งซักยี่ห้อเนี่ย หนูเชื่อนะ"
"ฮะๆๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ พี่แค่ดูแลตัวเองมากกว่าปกติเท่านั้นเอง ออกกำลังกาย กินอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ แถมออกไปข้างนอกพี่ก็ทากันแดดตลอด เดี๋ยวนี้รังสียูวีมันแรงขึ้นเรื่อยๆ ผิวมีโอกาสเสียง่ายกว่าเดิมนะครับ"
".......โอ้.......... ค่ะ" ......... อยากจะบอกว่าหนูยังไม่เคยทากันแดดเลยค่า... คงเพราะใส่เสื้อนักเรียนแขนยาวบ่อยๆ... แล้วก็ไม่ค่อยออกกำลังกายกลางแดดด้วย เลยไม่ค่อยคิดว่ามันจำเป็นต้องทาทุกวัน เธอจะรักษาตัวเองก็แค่ตอนที่ไปเที่ยวทะเลหรือมีแดดจัดๆก็เท่านั้นเอง
"จริงๆน้องยังเด็กๆ รีบรักษาร่างกายไว้ดีๆ จะได้ไม่ลำบากตอนอายุมากขึ้นนะ"
"เอ ปกติหนูก็ออกกำลังกายนะคะ ไม่ค่อยออกแดด เหนื่อยกลับบ้านก็หลับเยอะหน่อย แบบนี้...พอได้รึเปล่าคะ"
"อย่าลืมอาบน้ำนะครับ" พี่พุดพูดพลางยิ้มขำ
"พี่คะ หนูไม่ได้ซกมกขนาดน้านนนน..........." เด็กสาวโบกมือเชิงปฏิเสธหน้าเหวอๆ ....
"ฮะๆ พี่ก็พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละครับ พี่แค่เห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิงก็น่าจะใส่ใจพวกนี้เยอะเป็นพิเศษน่ะ"
"...หนูเป็นกลุ่มเด็กพิเศษอะค่ะพี่พุด" เธอเผลอเอานิ้วถูกจมูกแก้เขินก่อนพูดเสียงเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย "หนูมั่นใจว่าหนูรู้จักหนังสือการ์ตูนมากกว่าเครื่องสำอาง.................ค่ะ"
พี่ช่างภาพตรงหน้าเธอยิ้มเอ็นดูให้กับท่าทางเงอะๆงะๆเมื่อพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับความสวยความงามแบบนี้ ..ซึ่งเป็นเรื่องที่เนียร์ไม่สันทัดเอาเสียเลยจริงๆ
"ไม่ต้องถึงกับเครื่องสำอางหรอกครับน้องเนียร์ เด็กๆใสๆสมวัยแบบนี้ดีแล้วล่ะ แค่ใส่ใจตัวเองบ้างก็พอ ถ้าน้องอยากรู้เรื่องอะไรแบบนี้เพิ่มก็มาคุยกับพี่ได้ตลอดนะครับ"
ความจริงพี่พุดไปเป็นพรีเซ็นเตอร์พวกผลิตภัณฑ์คนรักสุขภาพเป็นงานเสริมก็ไม่เลวอยู่นะ...
"แหะๆ ขอบคุณมากนะคะ รู้มั้ยว่าพี่ทำให้หนูตกใจหลายรอบเลยเนี่ย"
"ในโรงเรียนนี้ยังมีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะนะครับ น้องเนียร์ก็พยายามเข้าล่ะ"
เด็กสาวยกมือไหว้ขอบคุณจากใจจริงก่อนหันไปจดข้อมูลที่เธอนึกจำแต่ส่วนเด่นๆจนครบ จากนั้นค่อยแอบมองเวลาว่าผ่านไปเท่าไหร่แล้ว
11.40 น.
........ว้าว รอบนี้ทำเวลาดี แจ่มๆ......
เธอบอกลาและยกมือไหว้พี่พุดอีกครั้งแล้วขอตัวเดินกลับออกมาจากโรงอาหารโดยที่ไม่ลืมซื้อน้ำเย็นๆกินก่อน ทั้งที่ความจริงเธอเริ่มจะหิวหน่อยๆแล้วเพียงแต่ตอนนี้เหลืออีกเพียงคนเดียวก็จะสิ้นสุดการสัมภาษณ์ในวันนี้ และจะได้กินข้าวกลางวันอย่างสบายใจ
เนียร์ตั้งใจว่าถ้าสัมภาษณ์คนสุดท้ายเสร็จก็จะเขียนสรุปอีกที ... ตอนนี้ก็เหลือแต่คุณครู
ถ้าเป็นคุณครู ก็ต้องไปที่ตึกเรียนสินะ
ว่าแล้วก็เดินเลี้ยวไปอีกทางออกของโรงอาหาร ที่เป็นคนละทางกับที่เธอเดินเข้ามาเมื่อตอนสายกับพี่ออกัส โดยที่ทิวทัศน์สองข้างทางนั้นไม่เหมือนกับทางเดินเท้าที่เธอเดินเข้ามา ซึ่งมีแต่ต้นไม้เสียเป็นส่วนใหญ่
หันขวาไปก็เจอกับบริเวณพื้นที่ราบไร้ตึกแต่ปลูกต้นไม้แยกเอาไว้เป็นส่วนๆอย่างมีระเบียบ และเรือนปิดในพื้นที่เดียวกัน ตรงนั้นคงเป็นที่ที่เอาไว้เรียนการเกษตรแน่ๆ
หันไปทางซ้ายก็เจอตึกที่สร้างล้อมศาลาตรงกลางที่มีการขุดเป็นสระเล็กๆ กับมีต้นไม้ประดับอย่างเป็นระเบียบ นับว่าเป็นการจัดสวนที่ไม่รู้สึกว่ารกหรือโล่งเตียนจนเกินไป ทำให้ยังพอมีร่มไม้บรรเทาอากาศที่ตอนนี้แดดก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากเป็นเวลาใกล้เที่ยงเข้าไปทุกที
ขาสองข้างจึงพาเจ้าของมันเดินก้าวยาวๆตรงไปที่กลุ่มต้นไม้ใกล้ตึกเรียนตึกหนึ่ง แล้วก็หยุดยืนเปิดน้ำขวดที่เริ่มจะหายเย็นแล้วกระดกดื่มหลายอึกอย่างกระหาย
รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นต้นไม้กำลังขาดน้ำยังไงก็ไม่รู้......
หลังจากที่ยืนพักอยู่ใต้ต้นไม้นั้นไปไม่นาน เธอก็เริ่มสำรวจนาฬิกาอีกครั้ง
11.53 น.
หมายความว่านี่ใกล้จะพักเที่ยงแล้วสิน้า ...
เนียร์ยังคงอดทนยืนรอข้างๆตึกเรียน ในเมื่อใกล้พักเที่ยงแล้วก็หวังว่าจะเจอครูสักคนเดินลงมาจากตึกเพื่อไปกินข้าวกลางวันบ้างแหละน่า
12.00 น.
"นักเรียน ไม่สบายรึเปล่าคะ?"
"...........? อ๊ะ..?"
ดวงตากลมสีโกโก้คู่นั้นที่เคยมีแววประกายสดใสที่ตอนนี้กลับแสดงอาการหรี่ปรือเหมือนคนยังตื่นไม่เต็มตาค่อยๆกะพริบเพื่อปรับแสงมองใครคนหนึ่งที่กำลังก้มมองเด็กนักเรียนที่ไม่คุ้นหน้าซึ่งนั่งยองๆฟุบหน้ากับขาตัวเอง แว่นสายตาอันโตเกือบจะเลื่อนหลุดลงมาจากหน้าของเธออยู่แล้ว
"..........หนู...ไม่เป็นไรค่ะ ข.. ขอโทษนะคะ"
ร่างบางที่นั่งขดจับเจ่าจนเหงื่อเต็มหน้ารีบผุดลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เช็ดหน้าเช็ดตาด้วยแขนเสื้อยาวๆเหมือนเดิมจนทำให้ผมม้าปัดไปมาไม่เป็นทิศ แต่ก็ยังพยายามใช้นิ้วลูบๆให้ลงมาเป็นทรงเช่นเดิม
หญิงสาวคนที่เข้ามาทักเธอก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เว้นระยะห่างมาก สายตาหลังเลนส์แว่นหนาเตอะนั้นมองเนียร์ด้วยความเป็นห่วงอยู่กลายๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาดูดีๆแล้ว รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ตัวค่อนข้างเล็กกว่าเธออยู่ไม่เท่าไร ผมสีดำยาวกลางหลังถักเป็นเปียเดียวอย่างเรียบร้อย สวมชุดสุภาพที่ออกจะหลุดยุคไปมากอย่างรัดกุม......ทั้งแขนยาว แล้วท่อนล่างก็กระโปรงยาวอีก
"ครูเห็นนักเรียนนั่งท่าแบบนั้นมาสักพักแล้วค่ะ เกรงว่าจะหน้ามืดเป็นลมไปเสีย"
"................อ่าาาา...........อากาศมันร้อนน่ะค่ะ เลย .. เกิดอาการ..เปื่อยๆ แหะๆ" เด็กสาวหลบสายตาอย่างเขินๆ .. อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเจอพวกรุ่นพี่คนอื่นมาเจอเธอในสภาพตลกๆแบบนี้
"เปื่อยๆ?..เหรอคะ?"
ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นแสดงสีหน้าเด่นชัดว่าไม่เข้าใจที่เนียร์พูด เธอมองนักเรียนใหม่ตรงหน้าอย่างงงๆอีกทั้งน้ำเสียงที่ถามทวนคำเมื่อกี้ก็แสดงความสงสัยออกมาไม่มิดเช่นเดียวกัน
"หมายถึง แบบว่า กำลัง เหี่ยวๆ ใกล้จะละลาย.....เอ๊ย ... เอ... อ้อ! ประมาณว่าเหนื่อยใกล้จะหมดแรงน่ะค่ะ"
"พอดีว่าครูยังไม่ค่อยชินคำแบบนี้สักเท่าไร อย่าเพิ่งรำคาญก่อนนะคะ"
"ไม่..ไม่รำคาญหรอกค่ะ ที่บ้านหนูก็มีคุณปู่คุณย่าอยู่ด้วย หนูพูดอะไรบางทีเค้าก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่หนูก็เฉยๆนะ เข้าใจล่ะค่ะ"
...จะว่าไป เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้เรียกแทนตัวเองว่าครู นี่นา ...............หมายความว่าเป็นครูจริงๆสินะ เยส!......
พอจบความคิดเนียร์ก็รีบยกมือไหว้สวัสดีทันที ก่อนจะหันไปค้นหยิบสมุดดินสอคู่กายออกมาเตรียมไว้เช่นเดิม
"คุณครูคะ หนูขอรบกวนเวลานิ้ดดดดด นึง ให้หนูสัมภาษณ์หน่อยได้มั้ยคะ? สัญญาว่าจะไม่ทำให้ครูหิวข้าวจนเป็นลมแน่ๆค่ะ"
"ได้สิคะ แต่ก่อนอื่น นักเรียนสบายดีแล้วใช่มั้ยคะ?"
"ฮะๆ..ค่ะ...." .....เด็กสาวตอบอุบอิบเพราะยังเขินอยู่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้
"ครูว่าไปนั่งข้างในตึกกันดีกว่าค่ะ จะได้เขียนสะดวก"
ตอนนี้ 12.09 น.
แขนเสื้อนักเรียนสีขาวที่ยังคงไม่ได้ติดกระดุมเลื่อนมาปิดคลุมข้อมือเอาไว้อีกครั้งหลังจากที่ดูเวลาเสร็จ เธอก็จัดการแนะนำตัวเองให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทและเสียเวลา
"ขอทราบชื่อคุณครูด้วยนะคะ"
"เอมิกา เจนภพ อาเมะมิยะ ค่ะ"
"...? ครูเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเหรอคะ?"
"เปล่าหรอกค่ะ .. ครูแต่งงานกับคนญี่ปุ่น ก็เลยใช้นามสกุลของสามีค่ะ" เธอแย้มยิ้มอย่างมีความสุขขึ้นมา ..... แสดงว่าชีวิตคู่ของคุณครูต้องแฮปปี้แน่ๆเลย
"หวาววว .. แล้ว... ครูมีน้องมั้ยคะนี่"
"เป็นแฝดชายกับหญิงค่ะ .. แต่แกยังอายุไม่ถึงขวบปีเลย"
"อา.. หนูได้ยินว่าเลี้ยงเด็กอ่อนค่อนข้างเหนื่อย แถมครูก็ต้องมาสอนด้วย จะไม่เป็นไรเหรอคะ ..เอ่อหนูหมายถึง ไม่เหนื่อยแย่เหรอคะ?"
ดินสอกดที่เขียนคำตอบอย่างคร่าวๆหยุดลงจังหวะเดียวกับที่เนียร์เงยหน้าลอบมองสีหน้าครูเอมิกา ซึ่งยังคงส่งยิ้มอ่อนๆมาให้ก่อนจะตอบ
"มีบ้างค่ะ แต่นักเรียนที่นี่ก็เหมือนลูกๆ ครูก็อยากจะดูแลพวกเขา...... แล้วก็.. เด็กๆก็ควรจะได้อยู่กับพ่อแม่บ่อยๆ จะได้รู้สึกผูกพันกันน่ะค่ะ"
............................... พ่อแม่.............. อื้อ..... นั่นสินะ...............................
เด็กสาวไม่รู้ตัวว่าเผลอเหม่อคิดอะไรไปเรื่อยในชั่วเวลาหนึ่ง รู้สึกตัวตอนได้ยินเสียงเรียกจากอีกฝ่ายอีกที
"นรรัตน์ทานข้าวกลางวันก่อนไหมคะ"
"..อะ อ่อ หนูยังไหวค่ะ สงสัยร้อนๆเลยเบลอๆไปหน่อย ขอโทษนะคะ"
"อย่าฝืนนะคะ ถ้าหิวจริงๆครูก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ"
"..... แหะๆ ท้องยังไม่ร้อง ยังไม่ถึงเวลาค่ะ สบายมาก"
ครูเอมิกาขยับแว่นสายตาหนาเตอะให้เข้าที่ทีนึง เมื่อเห็นนักเรียนข้างๆมีทีท่าว่ายังไม่เป็นอะไรมากกว่านี้จึงลองถามต่อ
"ถ้าอย่างนั้น นรรัตน์มียังอะไรอยากถามครูเพิ่มไหมคะ"
ดินสอกดในมือเริ่มขยับหมุนไปมาอีกครั้ง ในยามที่เนียร์คิดอะไรไม่ออก ไม่วาดขีดไปเรื่อยก็จะชอบหมุนดินสอบนนิ้วเล่นไปโดยไม่รู้ตัว ...เนื่องจากถ้าคิดไปมองหน้าครูไปอาจจะยิ่งนึกไม่ออกกว่าเดิมก็เป็นได้
เธอรู้สึกว่ายังมีบางคำถามที่ยังไม่ได้ถาม ทั้งที่ควรจะถามไปตอนต้นๆ
"ค่อยๆนึกคำถามธรรมดาก็ได้ค่ะ การสัมภาษณ์ ก็เป็นการพูดคุยกันนี่เอง นรรัตน์ได้สัมภาษณ์ไปกี่คนแล้วคะ?"
"สามคนค่ะ ก็.. มีครูเป็นคนสุดท้าย"
"ถ้าอย่างนั้นลองนึกถึงตอนสัมภาษณ์คนอื่นๆก่อนหน้านี้ดูก็ได้นะคะ" ครูเอมิกาช่วยแนะนำอีกแรง ...เธอจึงพยักหน้ารับเบาๆแล้วทำหน้าเหมือนว่ากำลังจะคิดคำถามออกแล้ว
".. ครูเอมิกาตอนนี้สอนวิชาอะไรเหรอคะ?"
ในที่สุดคำถามสุดเบสิคก็ถูกนำมาใช้
"ภาษาสเปนค่ะ"
"หือออ .... ที่นี่มีภาษาสเปนด้วยเหรอคะ"
และแล้วเนียร์ก็หวนคิดถึงคำพูดของพี่พุดอีกครั้ง ..... โรงเรียนนี้น่าค้นหาจริงๆด้วยสินะ .. ต้องมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้แน่ๆ
"มีสอนค่อนข้างหลายวิชาเลยค่ะ แม้ว่าบางวิชาจะมีครูลาออกไปบ้าง แต่ครูคนอื่นก็จะมาช่วยสอนแทนกันได้อยู่ อย่างภาษาญี่ปุ่น ราวๆนี้ค่ะ"
"..............................." มีเพียงกิริยาพยักหน้าตอบรับเท่านั้น
"นรรัตน์ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงจะเป็นครูที่มาสอนแทน แต่ก็มีความเชี่ยวชาญเช่นกันค่ะ ครูรู้จักกับเขามานานทีเดียว"
"อ... ค่ะ ขอโทษนะคะที่เผลอคิดมากไปซะแล้ว ........จะว่าไป ครูไม่ร้อนเหรอคะ หนูใส่แค่แขนยาวอย่างเดียวก็แทบแย่"
"......ครูใส่มานานจนชินแล้วล่ะค่ะ ถึงจริงๆจะรู้สึกร้อนอยู่บ้าง แต่แค่ไม่ได้คิดจดจ่ออยู่กับตรงนี้ก็พอช่วยได้นะคะ" เธอยิ้มแล้วแนะนำให้กับว่าที่ลูกศิษย์
"....อืมม ม .. " มือจดคำตอบต่อเนื่องหลังจากเมื่อกี้หันไปพยักหน้าให้กับคำตอบ "เอ.. ครูเอมิกาไม่ได้สอนหนังสืออย่างเดียวเหรอคะ?"
"ถ้าเป็นอาชีพหลักของที่นี่ ครูสอนหนังสืออย่างเดียวค่ะ เพียงแต่ครูชอบปลูกต้นไม้ด้วยน่ะ"
"ปลูกต้นไม้? แบบที่ต้องไปขุดดิน พรวนดินอะไรแบบนั้นเลยน่ะเหรอคะ?"
"แบบนั้นล่ะค่ะนรรัตน์ แต่ต้นไม้ใส่กระถางต้นเล็กๆครูก็ชอบนะคะ"
"งั้นครูก็ต้องมีต้นไม้ที่ชอบน่ะสิคะ?"
"ครูชอบทุกอย่างเลยนะคะ ดอกไม้..... ก็ชอบค่ะ" พูดถึงดอกไม้ .. สีหน้าของครูเอมิกาคล้ายจะเปล่งปลั่งมีความสุขขึ้นอีกครั้งแบบตอนที่พูดถึงสามีและลูก
....แสดงว่าต้องมีความหมายอะไรแน่ๆเลย .............ครูเอมิกาแอบโอโตเมะนะเนี่ย.......
"ไว้.. ถ้าหนูได้เข้ามาเรียนที่นี่ ครูมีอะไรให้หนูช่วย มาบอกได้นะคะ ให้ยกกระถาง ขนกระสอบปุ๋ย ถอนวัชพืช มาเลยค่ะ เต็มที่!" เด็กสาวกล่าวด้วยท่าทางที่กลับมากระตือรือร้นหลังจากที่โดนความร้อนโจมตีจนพลังชีวิตลดเหลือครึ่งนึง เนื่องจากเห็นว่าการได้ใช้แรงงานทำประโยชน์แก่คนอื่นบ้างเป็นเรื่องที่น่าสนุกและเคยชินอยู่แล้ว อีกอย่าง... จะปล่อยให้คุณครูสาวตัวเล็กๆทำคนเดียวก็ไม่ใช่วิถีของคนอย่างเธอด้วยสิ
ดวงตาสีเข้มหลังแว่นสายตานั้นยิ้มแย้มอีกครั้ง
"อา... หนูคง..ไม่รบกวนเวลาแล้วค่ะ เดี๋ยวจะหมดเวลาพักเที่ยงไปก่อน ขอบคุณครูเอมิกามากๆนะคะ"
เธอไหว้ลาและเก็บของทั้งหมดใส่ลงกระเป๋า และตั้งใจว่าจะไปเรียบเรียงต่ออีกทีในศาลาตรงกลางนั่น จากนั้นก็ค่อยออกไปซื้ออะไรกินก่อนกลับไปบ้าน
"ไม่เป็นไรค่ะ ครูยินดี แล้วพบกันนะคะนรรัตน์"
คุณครูเองก็ลุกขึ้นแล้วเดินลงจากอาคารไปเช่นกัน แต่ด้วยความที่กระโปรงที่ยาวมากๆของเธอนั้นค่อนข้างเป็นอุปสรรคกับพื้นที่ต่างระดับนั้น ... ทำให้สายตาเนียร์เผลอมองตามไปอย่างไม่ไว้ใจ
'กึก'
"ว้าย!"
ร่างเล็กๆในชุดรุ่มร่ามเซคะมำไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฉับพลันทันด่วนแต่ไม่ค่อยผิดความกังวลของสาวน้อยเท่าไหร่
"ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก"
ถึงจะไม่ผิดความกังวลแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นจริงก็ย่อมตกใจเป็นธรรมดา ด้วยทักษะทางร่างกายที่มีสมรรถภาพค่อนข้างดีทำให้เธอถีบเท้าออกวิ่งกระโจนออกไปไม่กี่ก้าวก็รั้งตัวของครูเอมิกาขึ้นมาได้ทันก่อนที่จะเสียหลักตกบันไดลงไปก่อน แม้ว่าจะเป็นบันไดที่ไม่ชันและจำนวนขั้นที่ไม่สูงนักก็ตาม ตกไปก็เจ็บตัวเหมือนกัน
"ครูคะ ม..ไม่เป็นไรใช่มั้ย?"
"..ค่ะ ยังไม่ตกลงไปค่ะ............ขอบใจนรรัตน์มากนะคะ" เม็ดเหงื่อผุดเป็นเม็ดเล็กๆอยู่บนหน้าของคุณครู .. เจ้าตัวเองก็ใจหายใจคว่ำพอสมควร
"....หนูว่าวันหลังครูนุ่งสั้นเลยข้อเท้าขึ้นมาซักหน่อยจะดีกว่านะคะ แบบนี้อันตราย"
"..... ครูจะระวังมากกว่านี้แล้วกันนะคะ"
....ดูเหมือนครูเอมิกาจะไม่ยอมใส่สั้นกว่านี้จริงๆแฮะ............ทำไมกันนะ?
- มักจะบ่นอยู่คนเดียวเวลาวาดรูป
"เรียบร้อย แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วละมั้ง"
เนียร์มองสรุปสัมภาษณ์รุ่นพี่สองคนอย่างพอใจ แล้วเงยหน้ามองโรงอาหารรอบๆอีกที ...มีนักเรียนคนอื่นเข้ามาบ้างแต่เธอก็ไม่ต้องไปสัมภาษณ์คนที่เป็นนักเรียนแล้ว ก็เลยนั่งมองคนเดินไปมาอย่างประปราย
แล้วเธอก็พบใครบางคนที่ไม่เข้าพวก
ที่ไม่เข้าพวกสุดๆก็ตั้งแต่สีผม ที่สะดุดตาตั้งแต่ไฮไลท์สีแดงข้างหน้า ... โอ้โห คุณพี่ช่างกล้า ......
หลังจากอึ้งกับสีผมไปเสียประมาณสามวินาที เธอก็แอบมองรายละเอียดอื่นๆ ในจังหวะที่เขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม .... ที่ดูแล้วท่าทางจะเนี้ยบพอสมควร แม้ว่าเขาจะใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นอยู่ก็ตาม
แบบนี้ไม่น่าจะใช่ครูแหง ....
เด็กสาวคิดเงียบๆอยู่ในใจแล้วนึกได้ว่า ไปนั่งจ้องคนกำลังกินแบบนี้มันดูเสียมารยาทพิกล ระหว่างรอคนนั้นกินข้าวกลางวันเสร็จเธอก็เลยหยิบดินสอออกมานั่งวาดรูปเล่นไปพลางๆ
11.18 น.
เธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
..............ที่นั่งตรงหน้าเธอซึ่งห่างออกไปสองสามโต๊ะว่างเปล่าเสียแล้ว
"อ้าวเฮ้ยหายไปไหนแล้ว โธ่ อุตส่าห์เล็งจะสัมภาษณ์ซะหน่อย บ้าจริง"
เนียร์รีบลุกขึ้นเก็บสมุดดินสอลงกระเป๋าแล้วสาวเท้าเร็วๆไปถามคนแถวนั้นว่าเห็นผู้ชายที่มีสีผมแปลกๆที่กินข้าวอยู่ในโรงอาหารนี้เดินออกไปทางไหน แต่คำตอบที่ได้รับก็ทำให้เธอผิดหวังอยู่เนืองๆเนื่องจากไม่มีใครเห็นเขาเดินออกไป
มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน สีผมแบบนั้นไม่มีใครเห็นได้ด้วยเรอะ
จากนั้นก็เลยเดินคอตกกลับเข้าไปที่ร้านขายน้ำในโรงอาหารอีกที เป๊บซี่แก้วเมื่อสายเอาไม่อยู่เสียแล้ว
"อ๊ะ?"
นั่นปะไรแล้ว จะซื้อน้ำก็เจอใครบางคนที่เพิ่งจะถามคนอื่นไปเมื่อกี้ อะไรมันจะเหมาะเจาะเสียขนาด
หรือเพราะว่าเราดูไม่ทั่วและเข้าใจผิดไปเองสินะ
"จะซื้อน้ำรึเปล่าครับ" ชายหนุ่มร่างสูงพอประมาณ ผู้เป็นเจ้าของทรงผมเสยที่เซ็ทไว้อย่างดี และไฮไลท์สีแดงที่ผมหน้าของเขาเอ่ยถามอย่างสุภาพ เมื่อเขาเห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนที่ไม่คุ้นยืนมองค้างอยู่ข้างๆร้านขายน้ำ
"ค..คะ เปล่าค่ะหนูมา .........มาสัมภาษณ์พี่ค่ะ"
"เชิญครับ งั้นพี่ว่า ไปหาที่นั่งดีกว่านะ ยืนคุยจะไม่สะดวก" เขายิ้มให้แล้วเดินนำไปที่โต๊ะใกล้ๆ
ตอนนี้ 11.23 น.
ตอนนี้เนียร์ไม่ลืมที่จะดูเวลาเริ่มต้นสัมภาษณ์ เมื่อจำตัวเลขบนหน้าปัดได้แล้วจึงละไปหยิบสมุดดินสอออกมาเตรียมจด โดยที่เขียนเวลาแรกเริ่มไว้ก่อนเลย
เธอเหลือบมองคนตรงหน้าอีกที ด้วยความที่รู้สึกได้ว่าคนคนนี้ท่าทางเป็นคนแต่งตัวดีและดูแลตัวเอง เห็นจากผิวพรรณหน้าตาที่ดูสะอาดสะอ้านสดใส ....ซึ่งพอมาคิดดูแล้ว..
รู้สึกตอนนี้ตัวเองจะสภาพโทรมขึ้นแปลกๆคล้ายตอนสมัยอยู่โรงเรียนเก่า แต่ตอนนั้นเธอผมสั้นกว่านี้ เลยไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการจัดแต่งทรงอะไรมากนัก เหงื่อออกหน้าก็เอาแขนเสื้อเช็ดไปอย่างไม่แคร์สื่อ ร้อนเข้าก็พับแขนเสื้อขึ้น จนกว่าจะเลิกเรียนแล้วเดินลงจากตึกไปทางออกโรงเรียนนี่ล่ะค่อยร่นลงมาอีกที
แต่อยู่ต่อหน้าพี่คนนี้แล้วอยากจะทำตัวเองให้ดูดีขึ้นตามอย่างไรก็ไม่รู้ อย่างน้อยก็.. คงเป็นการให้เกียรติผู้มาให้สัมภาษณ์บ้าง เธอจึงค่อยๆ...ดึงแขนเสื้อที่พับไว้ทั้งสองข้างลงมาเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ติดกระดุมที่แขน
"ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจนะว่าอากาศมันร้อน วันนี้พี่ก็ยังใส่แขนสั้นมาเลย"
"... ฮะๆ โรงเรียนหนูเสื้อแขนสั้นมีแต่เสื้อพละน่ะค่ะ"
"อืมม โรงเรียนคริสต์สินะครับ พี่เคยเห็นอยู่นะ"
"คนอื่นที่มาสัมภาษณ์น่ะเหรอคะ?"
"ไม่เชิงครับ พอดีพี่มีรับงานนอกสถานที่ด้วย ก็เลยเคยเห็นนักเรียนที่อื่นบ้าง"
"...เอ๋ แล้วพี่ทำงานอะไรเหรอคะ? มีรับงานนอกสถานที่ด้วย"
"พี่เป็นช่างภาพของที่นี่น่ะครับ แต่ก็มีสตูดิโอรับถ่ายภาพอยู่ที่บ้านด้วย"
ช่างภาพ.......... เอ... ช่างภาพ ถ้าจำไม่ผิดก่อนหน้านี้พี่โมราก็พูดถึงช่างภาพคนนึงนี่นา..ชื่อ.... ชื่ออะไรนะ พุด?
"ช่างภาพ... เอ้อพี่ ..พี่ใช่ช่างภาพที่ชื่อพี่....พุด รึเปล่าคะ?"
"ใช่ครับ น้องรู้จักชื่อพี่ก่อนจะเห็นหน้าอีกนะเนี่ย" พี่พุดพูดติดตลก ท่าทางเขาดูผ่อนคลายกับรอยยิ้มที่ดูสบายๆ ทำให้เนียร์รู้สึกดีขึ้น แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนที่เข้าหาผู้ใหญ่ยาก เพียงแต่นั่งคุยกันสองคนกับคนที่เพิ่งรู้จักก็ทำให้เจ้าตัวมีความประหม่าอยู่เล็กน้อย เช่นอาจจะพูดคุยอะไรติดขัดไปบ้าง
"มีรุ่นพี่ผู้หญิงคนนึงเค้าพูดถึงพี่มาน่ะค่ะ เรื่องสัมภาษณ์บุคลากรพิเศษ"
"อืมม แสดงว่าน้องสัมภาษณ์รุ่นพี่ๆไปแล้วสิครับนี่"
"ค่ะ" เธอตอบรับพร้อมพยักหน้าทีนึง
"เอายังงี้ เดี๋ยวพี่แนะนำตัวอีกทีนะครับ พี่ชื่อ ปพนสรรค์ นารยวงศ์ ....พอจะเขียนชื่อพี่ได้รึเปล่าครับ? สงสัยตัวสะกดอะไรถามได้นะ"
"อ้อ... ชื่อพี่ ปะ-พน-สัน น่ะค่ะ หนู....สะกดไม่ถูกทั้งชื่อเลย แหะๆ"
เนียร์ยิ้มแหยให้พี่พุด พี่พุดก็ยิ้มให้เนียร์ .........
"เรื่องปกตินะครับ ชื่อแบบนี้ไม่ค่อยคุ้นตาคุ้นหูเท่าไหร่ ฮะๆ" เขาจัดการบอกเรื่องตัวสะกดชื่อให้เด็กสาวจนเขียนจบได้ แล้วก็กลับมานั่งดีๆตรงข้ามเธออีกครั้ง
"เนียร์ นรรัตน์ พิชัยยุทธค่ะ" ...ดีใจที่รอบนี้ไม่ลืมบอกชื่อตัวเองอีกครั้ง
"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องเนียร์"
"ค่า เช่นกันนะคะพี่พุด ..เอ่อ ... แล้วปกติพี่ทำงานถ่ายรูปอย่างเดียวเหรอคะ?"
ความจริงอยากจะให้เรียกชื่อเฉยๆอยู่ แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่กว่ามาก จึงไม่ได้บอกเรื่องนั้นไป
"หลักๆของพี่ก็คือถ่ายรูปนั่นแหละครับ แต่ก็มีทำบอร์ด ไปช่วยจัดเวทีเวลามีงานโรงเรียนบ้าง ทำหนังสือรุ่น หรือไม่ก็งานที่เกี่ยวกับรูปภาพอื่นๆตามลูกค้าสั่งด้วยเหมือนกันครับ"
.......ดูพี่พุดเค้ามีงานเยอะนะเนี่ย ........ ขยันจัง........
"อ๊ะ จะว่าไป เห็นรุ่นพี่คนอื่นรู้จักพี่ด้วย พี่พุดทำงานที่นี่มากี่ปีแล้วเหรอคะ?"
"ก็... ตั้งแต่โรงเรียนนี้เปิดใหม่ๆน่ะครับ ซักสามสี่ปีมาแล้วได้"
"...หืมม พี่ทำงานเร็วจังเลยนะคะ จบปุ๊บได้งานแล้วอะ" เนียร์พูดพลางก้มหน้าจดคำตอบไปด้วย
"น้องเนียร์หมายถึงที่นี่เหรอครับ?"
"ค่ะ......?"
"จริงๆพี่ทำงานที่อื่นมาระยะนึงก่อนจะมาเป็นช่างภาพที่นี่นะครับ พี่เหมือนยังจบใหม่ๆเหรอ" เขาถามพลางยิ้มให้อีก
"อ้าว เอ๊ะ พี่ไม่ได้เพิ่งจบมาเหรอคะ"
".... น้องเนียร์เห็นว่าพี่ดูเด็กขนาดนั้นเลยเหรอครับ" แอบเห็นว่าพี่พุดเลิกคิ้วขึ้นนิดนึง แต่ไม่ได้แสดงทีท่าว่าตกใจหรือแปลกใจอะไรมากมายนัก ...คงเพราะอาจจะเคยมีคนทักเขาแบบนี้มาแล้วก็ได้
"ก็... หน้าพี่ใสขนาดนี้ ยังกับอายุยี่สิบต้นๆแน่ะ ถ้าบอกว่าพี่เป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมหน้าเด้งซักยี่ห้อเนี่ย หนูเชื่อนะ"
"ฮะๆๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ พี่แค่ดูแลตัวเองมากกว่าปกติเท่านั้นเอง ออกกำลังกาย กินอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ แถมออกไปข้างนอกพี่ก็ทากันแดดตลอด เดี๋ยวนี้รังสียูวีมันแรงขึ้นเรื่อยๆ ผิวมีโอกาสเสียง่ายกว่าเดิมนะครับ"
".......โอ้.......... ค่ะ" ......... อยากจะบอกว่าหนูยังไม่เคยทากันแดดเลยค่า... คงเพราะใส่เสื้อนักเรียนแขนยาวบ่อยๆ... แล้วก็ไม่ค่อยออกกำลังกายกลางแดดด้วย เลยไม่ค่อยคิดว่ามันจำเป็นต้องทาทุกวัน เธอจะรักษาตัวเองก็แค่ตอนที่ไปเที่ยวทะเลหรือมีแดดจัดๆก็เท่านั้นเอง
"จริงๆน้องยังเด็กๆ รีบรักษาร่างกายไว้ดีๆ จะได้ไม่ลำบากตอนอายุมากขึ้นนะ"
"เอ ปกติหนูก็ออกกำลังกายนะคะ ไม่ค่อยออกแดด เหนื่อยกลับบ้านก็หลับเยอะหน่อย แบบนี้...พอได้รึเปล่าคะ"
"อย่าลืมอาบน้ำนะครับ" พี่พุดพูดพลางยิ้มขำ
"พี่คะ หนูไม่ได้ซกมกขนาดน้านนนน..........." เด็กสาวโบกมือเชิงปฏิเสธหน้าเหวอๆ ....
"ฮะๆ พี่ก็พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละครับ พี่แค่เห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิงก็น่าจะใส่ใจพวกนี้เยอะเป็นพิเศษน่ะ"
"...หนูเป็นกลุ่มเด็กพิเศษอะค่ะพี่พุด" เธอเผลอเอานิ้วถูกจมูกแก้เขินก่อนพูดเสียงเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย "หนูมั่นใจว่าหนูรู้จักหนังสือการ์ตูนมากกว่าเครื่องสำอาง.................ค่ะ"
พี่ช่างภาพตรงหน้าเธอยิ้มเอ็นดูให้กับท่าทางเงอะๆงะๆเมื่อพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับความสวยความงามแบบนี้ ..ซึ่งเป็นเรื่องที่เนียร์ไม่สันทัดเอาเสียเลยจริงๆ
"ไม่ต้องถึงกับเครื่องสำอางหรอกครับน้องเนียร์ เด็กๆใสๆสมวัยแบบนี้ดีแล้วล่ะ แค่ใส่ใจตัวเองบ้างก็พอ ถ้าน้องอยากรู้เรื่องอะไรแบบนี้เพิ่มก็มาคุยกับพี่ได้ตลอดนะครับ"
ความจริงพี่พุดไปเป็นพรีเซ็นเตอร์พวกผลิตภัณฑ์คนรักสุขภาพเป็นงานเสริมก็ไม่เลวอยู่นะ...
"แหะๆ ขอบคุณมากนะคะ รู้มั้ยว่าพี่ทำให้หนูตกใจหลายรอบเลยเนี่ย"
"ในโรงเรียนนี้ยังมีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะนะครับ น้องเนียร์ก็พยายามเข้าล่ะ"
เด็กสาวยกมือไหว้ขอบคุณจากใจจริงก่อนหันไปจดข้อมูลที่เธอนึกจำแต่ส่วนเด่นๆจนครบ จากนั้นค่อยแอบมองเวลาว่าผ่านไปเท่าไหร่แล้ว
11.40 น.
........ว้าว รอบนี้ทำเวลาดี แจ่มๆ......
เธอบอกลาและยกมือไหว้พี่พุดอีกครั้งแล้วขอตัวเดินกลับออกมาจากโรงอาหารโดยที่ไม่ลืมซื้อน้ำเย็นๆกินก่อน ทั้งที่ความจริงเธอเริ่มจะหิวหน่อยๆแล้วเพียงแต่ตอนนี้เหลืออีกเพียงคนเดียวก็จะสิ้นสุดการสัมภาษณ์ในวันนี้ และจะได้กินข้าวกลางวันอย่างสบายใจ
เนียร์ตั้งใจว่าถ้าสัมภาษณ์คนสุดท้ายเสร็จก็จะเขียนสรุปอีกที ... ตอนนี้ก็เหลือแต่คุณครู
ถ้าเป็นคุณครู ก็ต้องไปที่ตึกเรียนสินะ
ว่าแล้วก็เดินเลี้ยวไปอีกทางออกของโรงอาหาร ที่เป็นคนละทางกับที่เธอเดินเข้ามาเมื่อตอนสายกับพี่ออกัส โดยที่ทิวทัศน์สองข้างทางนั้นไม่เหมือนกับทางเดินเท้าที่เธอเดินเข้ามา ซึ่งมีแต่ต้นไม้เสียเป็นส่วนใหญ่
หันขวาไปก็เจอกับบริเวณพื้นที่ราบไร้ตึกแต่ปลูกต้นไม้แยกเอาไว้เป็นส่วนๆอย่างมีระเบียบ และเรือนปิดในพื้นที่เดียวกัน ตรงนั้นคงเป็นที่ที่เอาไว้เรียนการเกษตรแน่ๆ
หันไปทางซ้ายก็เจอตึกที่สร้างล้อมศาลาตรงกลางที่มีการขุดเป็นสระเล็กๆ กับมีต้นไม้ประดับอย่างเป็นระเบียบ นับว่าเป็นการจัดสวนที่ไม่รู้สึกว่ารกหรือโล่งเตียนจนเกินไป ทำให้ยังพอมีร่มไม้บรรเทาอากาศที่ตอนนี้แดดก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากเป็นเวลาใกล้เที่ยงเข้าไปทุกที
ขาสองข้างจึงพาเจ้าของมันเดินก้าวยาวๆตรงไปที่กลุ่มต้นไม้ใกล้ตึกเรียนตึกหนึ่ง แล้วก็หยุดยืนเปิดน้ำขวดที่เริ่มจะหายเย็นแล้วกระดกดื่มหลายอึกอย่างกระหาย
รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นต้นไม้กำลังขาดน้ำยังไงก็ไม่รู้......
หลังจากที่ยืนพักอยู่ใต้ต้นไม้นั้นไปไม่นาน เธอก็เริ่มสำรวจนาฬิกาอีกครั้ง
11.53 น.
หมายความว่านี่ใกล้จะพักเที่ยงแล้วสิน้า ...
เนียร์ยังคงอดทนยืนรอข้างๆตึกเรียน ในเมื่อใกล้พักเที่ยงแล้วก็หวังว่าจะเจอครูสักคนเดินลงมาจากตึกเพื่อไปกินข้าวกลางวันบ้างแหละน่า
12.00 น.
"นักเรียน ไม่สบายรึเปล่าคะ?"
"...........? อ๊ะ..?"
ดวงตากลมสีโกโก้คู่นั้นที่เคยมีแววประกายสดใสที่ตอนนี้กลับแสดงอาการหรี่ปรือเหมือนคนยังตื่นไม่เต็มตาค่อยๆกะพริบเพื่อปรับแสงมองใครคนหนึ่งที่กำลังก้มมองเด็กนักเรียนที่ไม่คุ้นหน้าซึ่งนั่งยองๆฟุบหน้ากับขาตัวเอง แว่นสายตาอันโตเกือบจะเลื่อนหลุดลงมาจากหน้าของเธออยู่แล้ว
"..........หนู...ไม่เป็นไรค่ะ ข.. ขอโทษนะคะ"
ร่างบางที่นั่งขดจับเจ่าจนเหงื่อเต็มหน้ารีบผุดลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เช็ดหน้าเช็ดตาด้วยแขนเสื้อยาวๆเหมือนเดิมจนทำให้ผมม้าปัดไปมาไม่เป็นทิศ แต่ก็ยังพยายามใช้นิ้วลูบๆให้ลงมาเป็นทรงเช่นเดิม
หญิงสาวคนที่เข้ามาทักเธอก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เว้นระยะห่างมาก สายตาหลังเลนส์แว่นหนาเตอะนั้นมองเนียร์ด้วยความเป็นห่วงอยู่กลายๆ ซึ่งเมื่อพิจารณาดูดีๆแล้ว รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ตัวค่อนข้างเล็กกว่าเธออยู่ไม่เท่าไร ผมสีดำยาวกลางหลังถักเป็นเปียเดียวอย่างเรียบร้อย สวมชุดสุภาพที่ออกจะหลุดยุคไปมากอย่างรัดกุม......ทั้งแขนยาว แล้วท่อนล่างก็กระโปรงยาวอีก
"ครูเห็นนักเรียนนั่งท่าแบบนั้นมาสักพักแล้วค่ะ เกรงว่าจะหน้ามืดเป็นลมไปเสีย"
"................อ่าาาา...........อากาศมันร้อนน่ะค่ะ เลย .. เกิดอาการ..เปื่อยๆ แหะๆ" เด็กสาวหลบสายตาอย่างเขินๆ .. อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเจอพวกรุ่นพี่คนอื่นมาเจอเธอในสภาพตลกๆแบบนี้
"เปื่อยๆ?..เหรอคะ?"
ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นแสดงสีหน้าเด่นชัดว่าไม่เข้าใจที่เนียร์พูด เธอมองนักเรียนใหม่ตรงหน้าอย่างงงๆอีกทั้งน้ำเสียงที่ถามทวนคำเมื่อกี้ก็แสดงความสงสัยออกมาไม่มิดเช่นเดียวกัน
"หมายถึง แบบว่า กำลัง เหี่ยวๆ ใกล้จะละลาย.....เอ๊ย ... เอ... อ้อ! ประมาณว่าเหนื่อยใกล้จะหมดแรงน่ะค่ะ"
"พอดีว่าครูยังไม่ค่อยชินคำแบบนี้สักเท่าไร อย่าเพิ่งรำคาญก่อนนะคะ"
"ไม่..ไม่รำคาญหรอกค่ะ ที่บ้านหนูก็มีคุณปู่คุณย่าอยู่ด้วย หนูพูดอะไรบางทีเค้าก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แต่หนูก็เฉยๆนะ เข้าใจล่ะค่ะ"
...จะว่าไป เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้เรียกแทนตัวเองว่าครู นี่นา ...............หมายความว่าเป็นครูจริงๆสินะ เยส!......
พอจบความคิดเนียร์ก็รีบยกมือไหว้สวัสดีทันที ก่อนจะหันไปค้นหยิบสมุดดินสอคู่กายออกมาเตรียมไว้เช่นเดิม
"คุณครูคะ หนูขอรบกวนเวลานิ้ดดดดด นึง ให้หนูสัมภาษณ์หน่อยได้มั้ยคะ? สัญญาว่าจะไม่ทำให้ครูหิวข้าวจนเป็นลมแน่ๆค่ะ"
"ได้สิคะ แต่ก่อนอื่น นักเรียนสบายดีแล้วใช่มั้ยคะ?"
"ฮะๆ..ค่ะ...." .....เด็กสาวตอบอุบอิบเพราะยังเขินอยู่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้
"ครูว่าไปนั่งข้างในตึกกันดีกว่าค่ะ จะได้เขียนสะดวก"
ตอนนี้ 12.09 น.
แขนเสื้อนักเรียนสีขาวที่ยังคงไม่ได้ติดกระดุมเลื่อนมาปิดคลุมข้อมือเอาไว้อีกครั้งหลังจากที่ดูเวลาเสร็จ เธอก็จัดการแนะนำตัวเองให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทและเสียเวลา
"ขอทราบชื่อคุณครูด้วยนะคะ"
"เอมิกา เจนภพ อาเมะมิยะ ค่ะ"
"...? ครูเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเหรอคะ?"
"เปล่าหรอกค่ะ .. ครูแต่งงานกับคนญี่ปุ่น ก็เลยใช้นามสกุลของสามีค่ะ" เธอแย้มยิ้มอย่างมีความสุขขึ้นมา ..... แสดงว่าชีวิตคู่ของคุณครูต้องแฮปปี้แน่ๆเลย
"หวาววว .. แล้ว... ครูมีน้องมั้ยคะนี่"
"เป็นแฝดชายกับหญิงค่ะ .. แต่แกยังอายุไม่ถึงขวบปีเลย"
"อา.. หนูได้ยินว่าเลี้ยงเด็กอ่อนค่อนข้างเหนื่อย แถมครูก็ต้องมาสอนด้วย จะไม่เป็นไรเหรอคะ ..เอ่อหนูหมายถึง ไม่เหนื่อยแย่เหรอคะ?"
ดินสอกดที่เขียนคำตอบอย่างคร่าวๆหยุดลงจังหวะเดียวกับที่เนียร์เงยหน้าลอบมองสีหน้าครูเอมิกา ซึ่งยังคงส่งยิ้มอ่อนๆมาให้ก่อนจะตอบ
"มีบ้างค่ะ แต่นักเรียนที่นี่ก็เหมือนลูกๆ ครูก็อยากจะดูแลพวกเขา...... แล้วก็.. เด็กๆก็ควรจะได้อยู่กับพ่อแม่บ่อยๆ จะได้รู้สึกผูกพันกันน่ะค่ะ"
............................... พ่อแม่.............. อื้อ..... นั่นสินะ...............................
เด็กสาวไม่รู้ตัวว่าเผลอเหม่อคิดอะไรไปเรื่อยในชั่วเวลาหนึ่ง รู้สึกตัวตอนได้ยินเสียงเรียกจากอีกฝ่ายอีกที
"นรรัตน์ทานข้าวกลางวันก่อนไหมคะ"
"..อะ อ่อ หนูยังไหวค่ะ สงสัยร้อนๆเลยเบลอๆไปหน่อย ขอโทษนะคะ"
"อย่าฝืนนะคะ ถ้าหิวจริงๆครูก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ"
"..... แหะๆ ท้องยังไม่ร้อง ยังไม่ถึงเวลาค่ะ สบายมาก"
ครูเอมิกาขยับแว่นสายตาหนาเตอะให้เข้าที่ทีนึง เมื่อเห็นนักเรียนข้างๆมีทีท่าว่ายังไม่เป็นอะไรมากกว่านี้จึงลองถามต่อ
"ถ้าอย่างนั้น นรรัตน์มียังอะไรอยากถามครูเพิ่มไหมคะ"
ดินสอกดในมือเริ่มขยับหมุนไปมาอีกครั้ง ในยามที่เนียร์คิดอะไรไม่ออก ไม่วาดขีดไปเรื่อยก็จะชอบหมุนดินสอบนนิ้วเล่นไปโดยไม่รู้ตัว ...เนื่องจากถ้าคิดไปมองหน้าครูไปอาจจะยิ่งนึกไม่ออกกว่าเดิมก็เป็นได้
เธอรู้สึกว่ายังมีบางคำถามที่ยังไม่ได้ถาม ทั้งที่ควรจะถามไปตอนต้นๆ
"ค่อยๆนึกคำถามธรรมดาก็ได้ค่ะ การสัมภาษณ์ ก็เป็นการพูดคุยกันนี่เอง นรรัตน์ได้สัมภาษณ์ไปกี่คนแล้วคะ?"
"สามคนค่ะ ก็.. มีครูเป็นคนสุดท้าย"
"ถ้าอย่างนั้นลองนึกถึงตอนสัมภาษณ์คนอื่นๆก่อนหน้านี้ดูก็ได้นะคะ" ครูเอมิกาช่วยแนะนำอีกแรง ...เธอจึงพยักหน้ารับเบาๆแล้วทำหน้าเหมือนว่ากำลังจะคิดคำถามออกแล้ว
".. ครูเอมิกาตอนนี้สอนวิชาอะไรเหรอคะ?"
ในที่สุดคำถามสุดเบสิคก็ถูกนำมาใช้
"ภาษาสเปนค่ะ"
"หือออ .... ที่นี่มีภาษาสเปนด้วยเหรอคะ"
และแล้วเนียร์ก็หวนคิดถึงคำพูดของพี่พุดอีกครั้ง ..... โรงเรียนนี้น่าค้นหาจริงๆด้วยสินะ .. ต้องมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้แน่ๆ
"มีสอนค่อนข้างหลายวิชาเลยค่ะ แม้ว่าบางวิชาจะมีครูลาออกไปบ้าง แต่ครูคนอื่นก็จะมาช่วยสอนแทนกันได้อยู่ อย่างภาษาญี่ปุ่น ราวๆนี้ค่ะ"
"..............................." มีเพียงกิริยาพยักหน้าตอบรับเท่านั้น
"นรรัตน์ไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงจะเป็นครูที่มาสอนแทน แต่ก็มีความเชี่ยวชาญเช่นกันค่ะ ครูรู้จักกับเขามานานทีเดียว"
"อ... ค่ะ ขอโทษนะคะที่เผลอคิดมากไปซะแล้ว ........จะว่าไป ครูไม่ร้อนเหรอคะ หนูใส่แค่แขนยาวอย่างเดียวก็แทบแย่"
"......ครูใส่มานานจนชินแล้วล่ะค่ะ ถึงจริงๆจะรู้สึกร้อนอยู่บ้าง แต่แค่ไม่ได้คิดจดจ่ออยู่กับตรงนี้ก็พอช่วยได้นะคะ" เธอยิ้มแล้วแนะนำให้กับว่าที่ลูกศิษย์
"....อืมม ม .. " มือจดคำตอบต่อเนื่องหลังจากเมื่อกี้หันไปพยักหน้าให้กับคำตอบ "เอ.. ครูเอมิกาไม่ได้สอนหนังสืออย่างเดียวเหรอคะ?"
"ถ้าเป็นอาชีพหลักของที่นี่ ครูสอนหนังสืออย่างเดียวค่ะ เพียงแต่ครูชอบปลูกต้นไม้ด้วยน่ะ"
"ปลูกต้นไม้? แบบที่ต้องไปขุดดิน พรวนดินอะไรแบบนั้นเลยน่ะเหรอคะ?"
"แบบนั้นล่ะค่ะนรรัตน์ แต่ต้นไม้ใส่กระถางต้นเล็กๆครูก็ชอบนะคะ"
"งั้นครูก็ต้องมีต้นไม้ที่ชอบน่ะสิคะ?"
"ครูชอบทุกอย่างเลยนะคะ ดอกไม้..... ก็ชอบค่ะ" พูดถึงดอกไม้ .. สีหน้าของครูเอมิกาคล้ายจะเปล่งปลั่งมีความสุขขึ้นอีกครั้งแบบตอนที่พูดถึงสามีและลูก
....แสดงว่าต้องมีความหมายอะไรแน่ๆเลย .............ครูเอมิกาแอบโอโตเมะนะเนี่ย.......
"ไว้.. ถ้าหนูได้เข้ามาเรียนที่นี่ ครูมีอะไรให้หนูช่วย มาบอกได้นะคะ ให้ยกกระถาง ขนกระสอบปุ๋ย ถอนวัชพืช มาเลยค่ะ เต็มที่!" เด็กสาวกล่าวด้วยท่าทางที่กลับมากระตือรือร้นหลังจากที่โดนความร้อนโจมตีจนพลังชีวิตลดเหลือครึ่งนึง เนื่องจากเห็นว่าการได้ใช้แรงงานทำประโยชน์แก่คนอื่นบ้างเป็นเรื่องที่น่าสนุกและเคยชินอยู่แล้ว อีกอย่าง... จะปล่อยให้คุณครูสาวตัวเล็กๆทำคนเดียวก็ไม่ใช่วิถีของคนอย่างเธอด้วยสิ
ดวงตาสีเข้มหลังแว่นสายตานั้นยิ้มแย้มอีกครั้ง
"อา... หนูคง..ไม่รบกวนเวลาแล้วค่ะ เดี๋ยวจะหมดเวลาพักเที่ยงไปก่อน ขอบคุณครูเอมิกามากๆนะคะ"
เธอไหว้ลาและเก็บของทั้งหมดใส่ลงกระเป๋า และตั้งใจว่าจะไปเรียบเรียงต่ออีกทีในศาลาตรงกลางนั่น จากนั้นก็ค่อยออกไปซื้ออะไรกินก่อนกลับไปบ้าน
"ไม่เป็นไรค่ะ ครูยินดี แล้วพบกันนะคะนรรัตน์"
คุณครูเองก็ลุกขึ้นแล้วเดินลงจากอาคารไปเช่นกัน แต่ด้วยความที่กระโปรงที่ยาวมากๆของเธอนั้นค่อนข้างเป็นอุปสรรคกับพื้นที่ต่างระดับนั้น ... ทำให้สายตาเนียร์เผลอมองตามไปอย่างไม่ไว้ใจ
'กึก'
"ว้าย!"
ร่างเล็กๆในชุดรุ่มร่ามเซคะมำไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฉับพลันทันด่วนแต่ไม่ค่อยผิดความกังวลของสาวน้อยเท่าไหร่
"ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก"
ถึงจะไม่ผิดความกังวลแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นจริงก็ย่อมตกใจเป็นธรรมดา ด้วยทักษะทางร่างกายที่มีสมรรถภาพค่อนข้างดีทำให้เธอถีบเท้าออกวิ่งกระโจนออกไปไม่กี่ก้าวก็รั้งตัวของครูเอมิกาขึ้นมาได้ทันก่อนที่จะเสียหลักตกบันไดลงไปก่อน แม้ว่าจะเป็นบันไดที่ไม่ชันและจำนวนขั้นที่ไม่สูงนักก็ตาม ตกไปก็เจ็บตัวเหมือนกัน
"ครูคะ ม..ไม่เป็นไรใช่มั้ย?"
"..ค่ะ ยังไม่ตกลงไปค่ะ............ขอบใจนรรัตน์มากนะคะ" เม็ดเหงื่อผุดเป็นเม็ดเล็กๆอยู่บนหน้าของคุณครู .. เจ้าตัวเองก็ใจหายใจคว่ำพอสมควร
"....หนูว่าวันหลังครูนุ่งสั้นเลยข้อเท้าขึ้นมาซักหน่อยจะดีกว่านะคะ แบบนี้อันตราย"
"..... ครูจะระวังมากกว่านี้แล้วกันนะคะ"
....ดูเหมือนครูเอมิกาจะไม่ยอมใส่สั้นกว่านี้จริงๆแฮะ............ทำไมกันนะ?
เนียร์แอบครุ่นคิดไปขณะพยุงร่างเล็ก แต่มันอาจจะเป็นอะไรที่คงยังไม่เหมาะที่จะถามตอนนี้ เลยเลือกที่จะเงียบไว้ก่อน
"เอ่อ.. ..งั้น คุณครูเดินช้าๆเวลาลงบันไดแล้วกันนะคะ"
.................................................
สุดท้ายเธอก็เลยต้องช่วยประคองครูเอมิกาลงบันไดตึกเรียนไปอย่างสวัสดิภาพ
12.30 น. ศาลาในสวนกลาง
เนียร์หยิบขวดน้ำที่หายเย็นแล้วมาดื่มอีกที ตอนนี้มันเหลือเพียงครึ่งขวด และกำลังจะหมดในไม่ช้า เนื่องจากต้องคอยดื่มประทังไม่ให้รู้สึกหิวมากกว่านี้ แดดยามเที่ยงก็ไม่เคยปรานีใคร
จากนั้นจึงเริ่มลงมือเขียนสรุปคนที่เธอสัมภาษณ์สองคนสุดท้าย
- 11.23 น. โรงอาหาร
ปพนสรรค์ นารยวงศ์ (พี่พุด)
- เป็นช่างภาพที่ขยันมาก
- สีผมจ๊าบสุดๆ
- ดูเด็กกว่าอายุจริง (ถึงกับเข้าใจผิดไปเลยทีเดียว)
- ทำงานเป็นช่างภาพที่นี่มานานแล้ว
- มีสตูดิโอเป็นของตัวเอง
- รู้เรื่องของประทินผิวดีกว่าผู้หญิงบางคน (...ฉันนี่เอง)
- ดูแลตัวเองดี
12.09 น. ในตึกเรียนด้านในชั้นแรก
ครูเอมิกา เจนภพ อาเมะมิยะ
- สอนวิชาภาษาสเปน
- แต่งงานกับคนญี่ปุ่น มีลูกแฝดชายหญิง
- ครอบครัวอบอุ่น
- แต่งตัว...แก่เกินวัยไปหน่อย
- แว่นหนามากๆ
- ชินกับการแต่งตัวแบบนี้แล้ว
- ชอบต้นไม้ ดอกไม้ และปลูกต้นไม้ด้วย
- แอบสาวน้อย และ...น่าเป็นห่วงว่าจะไปเหยียบกระโปรงตัวเองล้มอีก
"อา--วล่ะ เรียบร้อย!"
มือขาวเหลืองเกือบซีดพลิกปิดสมุดสเก็ตช์ดังปั่บ ก่อนยืดแขนบิดขี้เกียจอย่างโล่งใจ ราวกับได้ยกอะไรหนักๆออกไปแล้ว
จบแล้วล่ะ ... จบแล้ววว เราก็ทำได้นี่นา!
เสียงในใจร้องยินดีซ้ำไปซ้ำมา ในขณะที่เธอแค่เปล่งเสียงฮ้าาา ออกมาดังๆโดยที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม...ให้กับตัวเองที่พยายามจนสิ้นสุด สายตาของเธอเลื่อนมองตึกเรียนที่โอบล้อมสวนแห่งนี้ที่เธอนั่งอยู่ ....
............ ถ้าได้..เข้าไปเรียนที่นี่... คงต้องมีประสบการณ์อะไรที่เรายังไม่เคยเจอแน่ๆ ... ไหนจะเพื่อนใหม่อีก แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วสิ
ขณะที่เนียร์กำลังนั่งมองตึกเรียนแล้วคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าที่เป็นเพลงประกอบอนิเมเรื่องหนึ่งดังขึ้นมาจากกระเป๋ากระโปรง เธอรีบหยิบโดยดึงที่ห้อยมือถือขนาดเล็กซึ่งเป็นใบโคลเวอร์สี่แฉกล้อมกรอบด้วยโลหะสีเงิน เช่นเดียวกับมือถือที่เป็นฝาพับสีเขียวอ่อน
"ฮัลโหล ไนน์ เลิกเรียนแล้วอ่อ?"
เธอเว้นจังหวะให้น้องชายซึ่งเพิ่งจะเลิกเรียนพิเศษสนทนาโต้ตอบกลับมาครู่นึงแล้วพยักหน้ารับเป็นจังหวะ
"คร้าบบ...คร้าบบ...เนี่ย สัมภาษณ์จบแล้วจะไปหาไรกินแล้ว รอกินพร้อมกันมะ จะได้ไปหาที่สยาม"
คาดว่าปลายสายอาจจะถามอะไรสักอย่างที่ทำให้เนียร์มุ่นคิ้วไปนิดหน่อย แต่ก็กลับมายิ้มแย้มราวกับว่ามีเรื่องสนุกที่เก็บไว้คนเดียวไม่ได้
"เออๆ มีไรจะเล่าเว้ยไนน์ แม่มมมม ม ม ไม่ได้ละ ณ จุดนี้ .........เออ สัมภาษณ์วันนี้แหละ .........ช่ายยยย ......"
เธอเงียบไปชั่วอึดใจอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆ งั้นรอที่บีทีเอสสยามนะ เจอกัน!"
โทรศัพท์ฝาพับปิดลงทันทีหลังจากบทสนทนาสิ้นสุด
แต่สำหรับเนียร์ ... มันคงเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น สำหรับอนาคตต่อจากนี้ไป....
.................................................
สุดท้ายเธอก็เลยต้องช่วยประคองครูเอมิกาลงบันไดตึกเรียนไปอย่างสวัสดิภาพ
12.30 น. ศาลาในสวนกลาง
เนียร์หยิบขวดน้ำที่หายเย็นแล้วมาดื่มอีกที ตอนนี้มันเหลือเพียงครึ่งขวด และกำลังจะหมดในไม่ช้า เนื่องจากต้องคอยดื่มประทังไม่ให้รู้สึกหิวมากกว่านี้ แดดยามเที่ยงก็ไม่เคยปรานีใคร
จากนั้นจึงเริ่มลงมือเขียนสรุปคนที่เธอสัมภาษณ์สองคนสุดท้าย
- 11.23 น. โรงอาหาร
ปพนสรรค์ นารยวงศ์ (พี่พุด)
- เป็นช่างภาพที่ขยันมาก
- สีผมจ๊าบสุดๆ
- ดูเด็กกว่าอายุจริง (ถึงกับเข้าใจผิดไปเลยทีเดียว)
- ทำงานเป็นช่างภาพที่นี่มานานแล้ว
- มีสตูดิโอเป็นของตัวเอง
- รู้เรื่องของประทินผิวดีกว่าผู้หญิงบางคน (...ฉันนี่เอง)
- ดูแลตัวเองดี
12.09 น. ในตึกเรียนด้านในชั้นแรก
ครูเอมิกา เจนภพ อาเมะมิยะ
- สอนวิชาภาษาสเปน
- แต่งงานกับคนญี่ปุ่น มีลูกแฝดชายหญิง
- ครอบครัวอบอุ่น
- แต่งตัว...แก่เกินวัยไปหน่อย
- แว่นหนามากๆ
- ชินกับการแต่งตัวแบบนี้แล้ว
- ชอบต้นไม้ ดอกไม้ และปลูกต้นไม้ด้วย
- แอบสาวน้อย และ...น่าเป็นห่วงว่าจะไปเหยียบกระโปรงตัวเองล้มอีก
"อา--วล่ะ เรียบร้อย!"
มือขาวเหลืองเกือบซีดพลิกปิดสมุดสเก็ตช์ดังปั่บ ก่อนยืดแขนบิดขี้เกียจอย่างโล่งใจ ราวกับได้ยกอะไรหนักๆออกไปแล้ว
จบแล้วล่ะ ... จบแล้ววว เราก็ทำได้นี่นา!
เสียงในใจร้องยินดีซ้ำไปซ้ำมา ในขณะที่เธอแค่เปล่งเสียงฮ้าาา ออกมาดังๆโดยที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม...ให้กับตัวเองที่พยายามจนสิ้นสุด สายตาของเธอเลื่อนมองตึกเรียนที่โอบล้อมสวนแห่งนี้ที่เธอนั่งอยู่ ....
............ ถ้าได้..เข้าไปเรียนที่นี่... คงต้องมีประสบการณ์อะไรที่เรายังไม่เคยเจอแน่ๆ ... ไหนจะเพื่อนใหม่อีก แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วสิ
ขณะที่เนียร์กำลังนั่งมองตึกเรียนแล้วคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าที่เป็นเพลงประกอบอนิเมเรื่องหนึ่งดังขึ้นมาจากกระเป๋ากระโปรง เธอรีบหยิบโดยดึงที่ห้อยมือถือขนาดเล็กซึ่งเป็นใบโคลเวอร์สี่แฉกล้อมกรอบด้วยโลหะสีเงิน เช่นเดียวกับมือถือที่เป็นฝาพับสีเขียวอ่อน
"ฮัลโหล ไนน์ เลิกเรียนแล้วอ่อ?"
เธอเว้นจังหวะให้น้องชายซึ่งเพิ่งจะเลิกเรียนพิเศษสนทนาโต้ตอบกลับมาครู่นึงแล้วพยักหน้ารับเป็นจังหวะ
"คร้าบบ...คร้าบบ...เนี่ย สัมภาษณ์จบแล้วจะไปหาไรกินแล้ว รอกินพร้อมกันมะ จะได้ไปหาที่สยาม"
คาดว่าปลายสายอาจจะถามอะไรสักอย่างที่ทำให้เนียร์มุ่นคิ้วไปนิดหน่อย แต่ก็กลับมายิ้มแย้มราวกับว่ามีเรื่องสนุกที่เก็บไว้คนเดียวไม่ได้
"เออๆ มีไรจะเล่าเว้ยไนน์ แม่มมมม ม ม ไม่ได้ละ ณ จุดนี้ .........เออ สัมภาษณ์วันนี้แหละ .........ช่ายยยย ......"
เธอเงียบไปชั่วอึดใจอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆ งั้นรอที่บีทีเอสสยามนะ เจอกัน!"
โทรศัพท์ฝาพับปิดลงทันทีหลังจากบทสนทนาสิ้นสุด
แต่สำหรับเนียร์ ... มันคงเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น สำหรับอนาคตต่อจากนี้ไป....
---------------------------
*หมายเหตุ ตรงนี้ขยายความเรื่องคำบางคำที่เนียร์ใช้ในบางส่วน
"อิคิมัส" (ikimasu) ในที่นี้หมายความว่า "จะไปแล้วนะคะ"
"ชิมัตตะ" (Shimatta) เป็นคำอุทานประมาณว่าทำอะไรผิดพลาดลงไปเสียแล้ว
"โอโตเมะ" (Otome) หมายความว่า "สาวน้อย" ในความหมายเช่นชอบสีหวานๆ มีความเพ้อฝัน ทำอะไรน่ารักๆ
(อนึ่งส่วนนี้มาจากความเข้าใจส่วนตัวของเราเองค่ะ (ฮา) อาจจะจำกัดความไ่ม่เป๊ะมากแต่โดยรวมก็ราวๆนี้ค่ะ)
---------------------------
ในที่สุดก็แต่งจนจบจนได้ ยังไงก็ขอคำชี้แนะด้วยนะคะ
Edit* 24-5-55 แก้ไขครั้งที่ 1 ตามคำแนะนำและชี้แจงของผปค. เฟิร์น รุ่น 4 และผปค. ครูเอม ค่ะ
Edit* 25-5-55 แก้ไขครั้งที่ 2 ตามคำแนะนำและีชี้แจงของผปค.โมรา รุ่น 4 ค่ะ